โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม เรื่องที่ผมนำเสนอหรือรวบรวมมาและผิดพลาดบ้างก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ Trust in dream,Trust in what seek, And you shall discovers.
Can't find it? here! find it
Wednesday, July 1, 2009
Wednesday, August 13, 2008
little boy
เจ้าเด็กน้อย (Little Boy)
August 7th 2008วันที่ 6 สิงหาคมในอดีตนั้น เป็นวันคล้ายวันเกิดของเด็กน้อยๆ สองคน อันที่จริงเด็กสองคนนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่คนหรอกครับ แต่มีประเด็นที่น่าติดตามว่า ในร้ายมีดี ในดีมีร้าย มันเป็นยังไง
เด็กแสบรายแรกนี้ผมอยากเรียกว่า “เด็กนรก” จะผิดไหมเนี่ย… เพราะเมื่อปี พ.ศ. 2488 ลุงแซมหรือประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ ที่มีโค้ดเนมว่า “ลิตเทิลบอย - Little Boy” เจ้าเด็กนรกนี้ได้ถล่มเมืองฮิโระชิมะ ของประเทศญี่ปุ่นจนเละ คาดว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 80,000 คน เป็นเรื่องน่าเศร้ามากและเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญของชาวญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาประเทศของเขาก็ได้พัฒนาจนเจริญมาก เพราะบทเรียนที่เขาได้รับนั้นสาหัสนัก

ในอดีต คนไทยได้เจอกับเหตุการณ์ ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติอยู่หลายเหตุการณ์ แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงได้เจอนั้น บทเรียนของเราคง “ราคาถูก” เกินไป
ยกตัวอย่างเช่นประเทศเวียดนาม ในช่วงสงครามเวียดนามนั้น ชาวเวียดนามต้องเจอกับการรุกรานของต่างชาติ การสังหารหมู่ อาวุธเคมี การทิ้งระเบิดแบบปูพรม ทำให้ทุกวันนี้ พื้นที่จำนวนมากของเวียดนามยังเต็มไปด้วยลูกระเบิดและกับระเบิด จนไม่สามารถนำมาพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ประชาชนของเขายังคงตระหนักถึงความยากลำบากในการดำเนินชีวิต การถูกกดขี่ข่มเหง และประสบการณ์อันเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เสมอ
บทวิเคราะห์ของ คุณเจริญชัยจาก SIU ให้ความเห็นว่า คนไทยเรียนรู้เร็วจากบทเรียนใหญ่ๆ แต่ละครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำๆ ได้ค่อนข้างดีเลยครับ
แต่เป็นไปได้ไหมว่า เพราะเราไม่เคยมีสงครามที่รุนแรงและยาวนาน ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นแบบไร้ทางต่อสู้ ไม่เคยประสบกับมหันตภัย หรือแม้กระทั่ง แทบจะไม่เคยพบกับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบ ต่อความเป็นอยู่และจิตใจของประชาชนอย่างรุนแรงโดยตรง ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจึงทำได้แค่สอนเรา แต่คงไม่ได้สร้างรอยแผลที่บาดลึก และสร้างความทรงจำอันรวดร้าวพอที่เราจะสำนึกไว้ในใจเสมอว่า “ความรักชาติ” และ “ความสามัคคี” นั้น สำคัญเพียงใด
…นี่เรายังอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ประเทศของเราคงมีบุญมากจริงๆ
ชาวโลกได้เรียนรู้ถึงภัยของอาวุธนิวเคลียร ์และได้พยายามลดการใช้อาวุธนี้ในเวลาต่อมา แต่ก็แปลกนะครับ เทคโนโลยีที่ผลิตอาวุธร้ายแรงขนาดนี้ กลับกลายเป็นต้นกำเนิดของพลังงานให้มนุษย์ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา ในปัจจุบันน่าจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มากกว่า 400 โรงทั่วโลก และจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเมื่อแหล่งพลังงานหลัก เช่น น้ำมัน กำลังจะหมดไปจากโลกในอีกไม่นานเกินชั่วชีวิตเรา

เด็กอีกคนที่เกิดวันนี้ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างพวกเราๆ ท่านๆ กันมาก โดยเฉพาะอาชีพของผม ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ต้องสำนึกบุญคุณของท่านผู้นี้เลยครับ จึงขอบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติใน Blog แห่งนี้ด้วยนะครับ




