Can't find it? here! find it

Showing posts with label robot. Show all posts
Showing posts with label robot. Show all posts

Wednesday, January 6, 2010

Robot's region

http://www.artsmen.net/content/show.php?Category=mythboard&No=4306


ใน ประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น อัตราค่าจ้างแรงงานจะสูง จึงได้มีการคิดอ่านประดิษฐ์ อุปกรณ์ที่เคลื่อนไหวได้เองขึ้นใช้แทนแรงงานมนุษย์ เช่น ใช้ในอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ การผลิตที่ต้องสัมผัสกับสารพิษอันตราย ใช้ให้เก็บกู้วัตถุระเบิด ฯลฯ และปัจจุบันนี้ยังพยายามสร้างหุ่นยนต์ ที่มีลักษณะละม้ายคล้ายมนุษย์ เพื่อเอามาใช้สำหรับงานบ้านแทน อุปกรณ์ ต่างๆ ที่ว่ามานี้เรียกกันว่า โรบ็อท (ROBOT)





ซึ่งหากเราจะนิยามความหมายของโรบ็อทก็จะได้ว่า คือ เครื่องจักรที่สามารถเคลื่อนไหวและทำงานได้โดยตนเอง ไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างอย่างมนุษย์ ส่วนเครื่องจักรที่ใช้รีโมตควบคุมนั้น ไม่ถือว่าเป็นโรบ็อทของแท้ แม้แต่เครื่องจักรอัตโนมัติที่ทำงานซํ้าๆ อยู่กับที่เราก็ไม่ถือว่าเป็นโรบ็อทเช่นกัน เพราะมันทำงานได้จำกัดเพียงอย่างเดียว คอมพิวเตอร์ก็ไม่ใช่โรบ็อท เพราะมันเคลื่อนไหวไม่ได้ หากทว่ามันเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญยิ่งของโรบ็อท


อันคำว่า "โรบ็อท" นี้มีกำเนิดมาจากนักเขียนบทละครชาวเชโก-สโลวะเกีย นามว่า คาเรล คาเพ็ก (Karel Capek) เขาได้แต่งละครเรื่องหนึ่งขึ้นในปี ค.ศ.1920 ในชื่อ "โรบ็อทของรอสซั่ม (Rossum's Universal Robots)" เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์ที่ลักษณะคล้ายมนุษย์ ซึ่งเขาขนานนามมันว่า โรโบตา (ROBOTA) แปลว่า กรรมกรผู้ทำงานหนัก และพอละครเรื่องนี้ไปแสดงที่กรุงลอนดอนในปี ค.ศ.1923 คำว่าโรบ็อทในภาษาอังกฤษก็แพร่สะพัดตั้งแต่นั้นมา


แต่อันที่จริง มนุษย์ได้มีการประดิษฐ์ อุปกรณ์ที่เคลื่อนไหวได้มาแต่ครั้งดึกดำบรรพ์แล้วครับ โดยชาวกรีกเรียกมันว่า ออโตมาตา (automata) ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า "อัตโนมัติ" นั่นเอง

เจ้าออโตมาตาชิ้นแรกของโลกประดิษฐ์ขึ้นในราว 400 ปี ก่อน ค.ศ. โดยฝีมือนักวิทยาศาสตร์กรีกชื่อ อาร์คายตาส (ARCHYTAS) แห่งตาเรนตัม เขาทำนกพิราบเทียมที่สามารถบินวนอยู่รอบๆ แขนเขาได้ ปีกของมันขยับขึ้นลงโดยอาศัยพลังงานไอนํ้าหรือแรงลม อาร์คายตาสไม่ได้ทำขึ้นเพื่อเป็นของเล่นเด็กหรอกครับ แต่ใช้มันในการขบคิดทฤษฎีคำนวณเกี่ยวกับเครื่องจักรต่างๆ




ออโตมาตาที่โด่งดังต่อมาในศตวรรษที่ 18 ก็คือ "นักเป่าขลุ่ย (FLAUTIS)" สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1783 โดยวิศวกรฝรั่งเศสชื่อ Jacques de Vaucanson หุ่นยนต์ของเขาสามารถเป่าขลุ่ย ออกมาได้ถึง 12 เพลง อย่างไพเราะ โดยมีการขยับนิ้วมือที่ทำด้วยไม้และมี "ปอดเทียม" ด้วย บรรเลงได้ดีจนบางคนเชื่อมั่นว่าต้องมีนักดนตรี ตัวจริงแอบแฝงอยู่ภายในเครื่องแน่ๆ



และในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น คือ ปี ค.ศ. 1769 นักประดิษฐ์ชาวเยอรมันชื่อ โวล์ฟกัง ฟอน เคมเปเลน ก็ได้สร้างหุ่นยนต์เล่นหมากรุกขึ้น โดยเรียกมันว่า "เดอะเติร์ค (THE TURK)" มันสามารถเล่นหมากรุก สู้กับคนได้แบบ (เดิน) ตาต่อตา แถมยังเก่งกาจเอาชนะ ได้เป็นส่วนใหญ่เสียด้วย หากทว่าแท้ที่จริงแล้วมีนักเล่นหมากรุก มืออาชีพซ่อนตัวอยู่ภายในโต๊ะ และคอยขยับเดินตัวหมาก  แหม...แบบนี้ ถือเป็นการหลอกลวง ไม่ใช่ โรบ็อทของแท้แต่อย่างใด





ปลาย ศตวรรษที่ 18 นี้ เป็นยุครุ่งเรืองของหุ่นยนต์ เพราะในปี ค.ศ.1795 ก็มีผู้ประดิษฐ์ของเล่นชิ้นหนึ่งถวายสุลต่าน ทิปปู แห่งอินเดีย เรียกกันว่า "พยัคฆ์แห่งไมซอร์ (THE TIGER OF MYSORE)" เป็นรูปเสือโคร่งทำด้วยไม้ ภายในมีออร์แกนซ่อนอยู่ ไอ้เสือตัวนี้อยู่ใน ท่าหมอบ ตะปบทหารอังกฤษที่นอนแผ่หรา พอหมุนก้านยนต์ที่ไหล่ เจ้าเสือมันก็ขยับเคลื่อนไหวพร้อมกับส่งเสียงขู่คำราม ส่วนทหารเคราะห์ร้ายก็ดิ้นรนและร้องโหยหวน ซึ่งเสียงต่างๆ ก็เกิดจากออร์แกน ที่มีการอัดลมเอาไว้นั่นเอง

อุปกรณ์ของเล่นกลเหล่านี้นิยมทำขึ้นกันมาก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและฝรั่งเศส จัดว่ามีการใช้เทคนิคแปลกๆ ที่ทำให้คนดูพิศวงไปตามๆ กัน



"เอ...มันทำได้ยังไงหวา"

อย่างเช่น ในช่วง ค.ศ.1615-1865 มีการพัฒนาหุ่นกลนี้ขึ้นหลากหลายใน ญี่ปุ่นเรียกกันว่า คารา คูริ และเจ้าหุ่นกลคาราคุริที่น่าทึ่งที่สุด ก็คือตุ๊กตาสาวเสิร์ฟนํ้าชา โดยเมื่อเจ้าของบ้านวางถ้วยนํ้าชา ลงบนถาดที่เจ้าตุ๊กตาหุ่นถืออยู่ นํ้าหนักของถ้วยจะไปกดกลไกด้านล่าง เจ้าตุ๊กตาหุ่นก็จะเริ่มออกเดินช้าๆ ไปหาแขกผู้มาเยือน เมื่อแขกยกถ้วยนํ้าชาขึ้นจากถาด มันก็จะหยุดอยู่กับที่ พอแขกดื่มแล้วและวางถ้วยคืนบนถาด เจ้าตุ๊กตาจะหมุนตัวกลับ แล้วเดินไปอยู่ที่เดิมของมัน...






แต่นั่นก็ยังเป็นโรบ็อทที่ไม่สมบูรณ์แบบ ตามที่มนุษย์ใฝ่ฝัน หุ่นยนต์ตามจินตนาการของมนุษย์ ต้องทำอะไรๆ ได้เกือบเท่าคน
ดังจะเห็นได้จากในนิยาย หรือภาพยนตร์ต่างๆ

อย่างเช่น เจ้าหุ่นของรอสซั่มที่กล่าวมาแล้ว หรือในหนังเงียบเรื่อง "เมโทรโปลิส (Metropolis)" ที่สร้างขึ้นใน ค.ศ.1926 โดยฝีมือผู้กำกับฯ เยอรมันชื่อ ฟริทซ์ แลง มีการใช้หุ่นยนต์ผู้หญิง ซึ่งสามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับคนจริงๆ (ใช้เทคนิคถ่ายทำนะครับ เคลื่อนไหวเองไม่ได้) ถือกันว่าเจ้าหุ่นตัวนี้แหละที่เป็นแม่แบบโรบ็อทตัวแรกของโลก



ถัดมาในปี ค.ศ.1956 หนังเรื่อง "โลกต้องห้าม (Forbidden Planet)" เมื่อกัปตันอดัมส์ร่อนยานอวกาศลงบนดาวดวงหนึ่ง ก็มีหุ่นยนต์ ร็อบบี้ เดอะ โรบ็อท มาต้อนรับ

"คุณพูดอังกฤษได้มั้ย" เจ้าร็อบบี้ทักทาย "ถ้าพูดไม่ได้ ผมก็ยังพูดภาษาอื่นได้อีก 187 ภาษา บอกมาละกัน"

เจ้า ร็อบบี้ เดอะ โรบ็อทได้เป็นต้นแบบของตุ๊กตาหุ่นยนต์ของเล่นอีกมากมาย ในรูปแบบของกล่องที่มีสองขาเดินเตาะแตะ ส่วนใหญ่จะใช้การไขลาน



โรบ็อทอีกตัวหนึ่งซึ่งโด่งดังในช่วงปี ค.ศ.1963-1989 อยู่ในหนังทีวีซีรี่ส์ของอังกฤษเรื่อง "Doctor Who" หน้าตาไม่เหมือนคนหรอก แต่เป็นแท่งโลหะที่เลื่อนไปมาได้ในชื่อ เจ้า "ดาเล็คส์"

แล้วก็มีที่แฟนหนังพันธุ์แท้ต้องรู้จักกันดี คือเจ้า "ซีทรีพีโอ" กับ "อาร์ทูดีทู" ในหนัง "สตาร์วอร์" สร้างใน ค.ศ.1980

และหุ่นยนต์มือปราบบู๊ดุเดือดในชื่อ "โรโบค็อป" สร้างใน ค.ศ.1987 โดยเมื่อโปลิศหนุ่ม อเล็กซ์ เมอร์ฟี่ โดนฆาตกรรม สมองของเขาถูกนำมาใส่ในหุ่นยนต์ระดับอัลติเมต กลายเป็น "โรโบค็อป" ตามล่าอาชญากรทั้งหลายจนเกลี้ยงเมือง




ส่วนในโลกแห่งความจริง มนุษย์ได้ประดิษฐ์ โรบ็อท ไว้ใช้งานหลายหลาก
เช่น ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต ใช้ประกอบการเรียนการสอน ใช้ในห้องแล็บ ใช้เป็นอุปกรณ์การแพทย์ ใช้เป็นรถสำรวจบนพื้นผิวดาวเคราะห์หรือพระจันทร์ แม้กระทั่งในด้านการดนตรีและศิลปกรรมต่างๆ ก็มีการนำเอาโรบ็อทมาใช้ประโยชน์ได้


แต่ สุดยอดโรบ็อทที่มนุษย์ต้องการก็คือ หุ่นยนต์ ที่มีรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด เดินได้ หยิบจับอะไรต่ออะไรได้ ถือไม้กวาดและผ้าขี้ริ้วทำความสะอาดบ้านได้เองโดยไม่ต้องสั่ง เรียกว่าทำได้สารพัดอย่าง เช่นเดียวกับผู้ช่วยแม่บ้านชั้นดี ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการพัฒนาโรบ็อทแบบนี้จนถึงระดับหนึ่งแล้ว


อย่างเช่น เจ้าอาซิโม (ASIMO) ที่ฮอนด้าสร้างขึ้นใน ค.ศ.2000 หลังจากเพียรค้นคิดอยู่นานถึง 14 ปี และเจ้าโรบ็อทที่พัฒนาขึ้นล่าสุดใน ค.ศ.2003 เจ้ามีช่า (MECHA) หรือ HRP-2 ที่บริษัทคาวาดาของญี่ปุ่นผลิตขึ้นให้เป็นโรบ็อทแห่งอนาคต สามารถลุกขึ้นยืนเองได้เมื่อหกล้ม

ยังไม่พอ...ยังไม่เพียงแต่เป็นหุ่นโลหะไร้จิตใจเท่านั้น มันจะต้องมีความรู้สึกดีใจ เศร้าใจ โกรธเป็น รู้จักนึกคิดเองอีกตะหาก

ถึงจะเป็นโรบ็อทสมบูรณ์แบบ




http://www.artsmen.net/content/show.php?Category=mythboard&No=4306





Saturday, October 24, 2009

Benkyoshin movie variety:Surrogate


            หนังแนวSci-fiที่หน้าตื่นเต้นมากในสายตาผมพูดถึงโลกในยุคอนาคตปี 20XX A.D. ที่การสร้างหุ่นยนต์เป็นไปอย่างต่อเนื่องจนวิวัฒนาการณ์เป็นไปอย่างต่อเี่นื่องจนในที่สุดวิวัฒนาการณ์ของหุ่นยนต์มาถึงขีดสุด โดยที่มีนโยบายและรณรงค์การใช้หุ่น "Surrogates"ซึ่งผลิตโดยบริษัท VSI จำกัดมหาชนกันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่นิยมมาก
           เพราะคุณไม่ต้องทำศัยกรรม ไม่ต้องออกนอกบ้านไปใหน ไม่จำเป็นต้องพบปะกันซึ่งๆหน้า
อาชญากรรมลดลงอย่างมากเพราะการทะเลาะเบาะแว้งที่ทำให้ถึงชีวิตนั้นเกิดขึ้นน้อยลง สบายกว่ากันเป็นใหนๆ
           เมื่อทุกคนเอาแต่พึ่งพา Surrogateทำทุกอย่างแทนตน ทำให้ทุกคนขลุกอยู่แต่ในบ้านทำให้กลายเป็นสิ่งที่ทำลายสมรรถภาพของมนุษย์โดยสิ้นเชิง

          ในความคิดของว่าการที่โลกอนาคตเป็นแบบนี้ผมไม่ค่อยชอบเท่าไรนักเพราะรู้สึกเหมือนมันไม่ะรรมชาติ    แต่หนังเรื่องนี้สะท้อนสภาพสังคมในปัจจุบันที่ว่า ชีวิตประจำวันทุกคนจำเป็นต้องใส่หน้ากากเดินเข้าหากันเพื่อเกียรติยศ ชื่อเสียง และความอยู่รอด การเผยธาตุแท้หรือทำอะไรที่มันตรงไปตรงมาจะทำให้เสียเปรียบ
เรื่องสอนผมว่า     
1.ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
2.ทำอะไรย่อมมีผลตามมาเสมอ
3.ยอมรับในสิ่งตนเองเป็น หรือยอมรับความจริงสักนิด

เพลงหนังเรื่องนี้เพราะมาก ขับร้องสุดฮีต(Heat)หรือเร่าร้อนโดย Braking Benjamin-I'll not bow=ข้าจะไม่ยอมแพ้หรือคุกเข่า







I'll not bow-Download here

Tuesday, March 17, 2009

history of Microsoft

ปี 1983 Bill Gate ได้ออกจาก Harvard ขณะที่ยังเรียนอยู่ ปี 2 เพื่อมาบริหารบริษัท Micro Computer and software หรือเป็นที่รู้จักกันภายหลัง คือ Microsoft นั่นเอง ปีนั้นเอง MS-DOS ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลา ย และเป็นจุดกำเนิดให้เกิดการพัฒนาต่อมาจนเป็น Windows ในปี 1985 แต่ก็ยังคงอาศัย DOS เป็นหลักอยู่เช่นเดิม แต่เพื่อความเข้าใจคงจะต้องเริ่มจากก้าวแรกในปีนี้กั นเลยครับ


1985 – Microsoft Windows 1.0
ใน ปี 1985 นี้ Microsoft ได้เริ่มต้นกับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบ Windows ที่พัฒนาต่อมาก MS-DOS แต่ถือเป็นเพียงเปลือกของ DOS เท่านั้น ซึ่งคุณสมบัติส่วนใหญ่ มุ่งไปที่ตารางนัดหมาย สมุดบันทึก และทำงานผ่านระบบ GUI [Graphic User Interface] เป็นครั้งแรก

1987 – Microsoft Windows 2.0
2 ปีหลังจาก Windows 1.0 ก็ได้เวลาปล่อย version 2 ออกสู่ตลาด แต่ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายจากเดิม ส่วนมากจะเป็นการเพิ่มสีสันให้กับระบบ GUI ให้สวยงามมากขึ้น และความสามารถในการพิมพ์ได้ตรงกับที่เห็นบนหน้าจอ


1990 – Microsoft Windows 3.0
ใน ปีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Windows ที่เข้ามามีบทบาทต่อเครื่อง Mc ของ Apple ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในตอนนั้นในแง่ของ Computer ที่สามารถแสดงผลทางด้านกราฟิก โดย Microsoft เริ่มมีการใช้ระบบ VxD [Virtual Device Driver] ซึ่งเป็น driver ของ Windows ซึ่งช่วยในการติดต่อเสื่อสารกับอุปกรณ์ต่างๆได้ง่าย
ขึ้น โดยอาศัยระบบการบริหารหน่วยความจำเข้ามาช่วย หรือเป็นที่รู้จักกันดีในตอนนี้คือ kernel นั่นเอง
ด้วย ความสามารถของ VxD ก็เริ่มทำให้ระบบ Virtual Memory ของ Windows ดีขึ้นมากเมื่อทำงานแบบ Multi Tasking และด้วยเหตุนี้ทำให้ Windows 3.0 ทำยอดได้ถึง 10 ล้านชุดในระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น






1992 – Microsoft Windows 3.1
2 ปีกับความสำเร็จของ Windows 3.0 ที่ทำยอดขายได้แบบไม่คาดฝัน Microsoft ก็ได้ปล่อย Windows 3.1 ออกมาเพื่อแก้บั๊กที่มีอยู่ใน Windows 3.0 โดยหลักๆจะทำให้นักพัฒนา software สามารถสร้าง software ที่นำมาใช้กับ Windows ได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น และสามารถนำ font แบบ True Type Font มาได้กับ Windows ด้วย
จาก Windows 3.0-3.1 ทำให้ Microsoft เขย่าตลาด PC ได้เป็นอย่างมาก โดยตอนนั้น IBM ซึ่งนำทีมโดย OS/2 ครองตลาดอยู่









1993 – Microsoft Windows 3.11 (Windows for Workgroups)
ห่าง มาแค่ปีเดียว ในปี 1993 Microsoft ได้ปล่อย Windows 3.11 ออกสู่ตลาดซึ่งเป็นที่รู้จักกันในตอนนั้นคือ Windows for Workgroups ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจาก Windows 3.1 โดยเสริมคุณสมบัติระบบ network และการสร้าง Protocol TCP/IP ที่ช่วยทำให้เครื่อง PC ในระบบเน็ทเวิร์ก และ PC แบบ Home user สามารถติดต่อผ่านเครือข่าย Internet นับเป็นการเปิดโลกใหม่ให้กับ PC ในแบบที่ไม่มี Windows ตัวไหนทำได้มาก่อน







1993 – Microsoft Windows NT 3.1
เดือน กรกฎาคมในปีเดียวกันนี้เอง Windows NT 3.1 ก็ได้ออกสู่ท้องตลาดในฐานะระบบปฏิบัติการที่มีสถาปัต ยกรรมโครงสร้างแบบ 32 bit นัยว่าจะมาแทนที่ Windows 3.1 ที่มีโครงสร้างแบบ 16 bit โดยจุประสงค์แรกที่ออก NT นั้นก็เพื่อรองรับการทำงานในลักษณะที่เป็น LAN Server ที่สามารถทำงานร่วมกับ Novell’s Netware ในตลาดเครื่อง server ในขณะนั้นที่กำลังแข่งกับ Unix สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มบริษัทหรือองค์กรต่างๆ ที่ต้องการเครื่อง server ที่มีกำลังสูง และสถาปัตยกรรม NT นี้เองที่ทำให้เราได้มี Windows 2000, XP, 2003 และ VISTA ที่จะออกมาในปีหน้านี้








1995 – Microsoft Windows 95
ปี นี้ถือเป็นก้าวเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกครั้งของ Microsoft และ Windows เพราะมันทำให้ Microsoft กลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไปอย่างไร้ เทียมทานเลยก็ว่าได้ โดย Windows 95 ที่ออกแบบมานั้นหน้าจอเป็น interface ที่ถูกปรับโฉมใหม่หมด [ในขณะนั้น] ไม่มีความเป็นหน้าจอ DOS หลงเหลืออยู่เลย [ถ้านึกภาพ Windows 1.0-3.11 ไม่ออกก็นึกถึงเครื่อง palm นะครับ] และหน้าจอก็ได้เริ่มมีการวาง icon บน desktop ให้ผู้ใช้สามารถคลิ้กเพื่อเปิดการทำงานของโปรแกรมนั้ นๆได้เลยรวมถึงได้มี การนำเอา Taskbar และ Start Menu เข้ามาใช้เพื่อรองรับกับการทำงานแบบ Multi tasking
ที่สำคัญ Windows 95 ยังได้มีการแนะนำ feature ใหม่ที่เรียกกันว่า Plug and Play [เสียบแล้วใช้] มาใช้เพื่อสนับสนุน hardware ที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในเครื่อง computer รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับนักเล่นเกมอย่างเป็นจริงเ ป็นจัง จากเดิมที่การเล่นเกมที่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงนี้จะอยู่ใน เครื่องเล่นเกมของ Nintendo กับ Sega เท่านั้น และจุดนี้เองที่ทำให้เกมบน DOS หายไป และด้วย Direct X ทำให้มีการพัฒนาเกมตามมาอีกมากมาย ขณะที่ Protocol TCP/IP ก็ยังเป็นอีกหัวในสำคัญที่ทำให้การเปิดโลก internet ของกลุ่มผู้ใช้ PC เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นและมีเว็บไซต์ต่างๆเกิดขึ้นต ามมา เพื่อรองรับการใช้จากทั่วทุกมุมโลก






199x – Microsoft Windows NT 4.0
หลัง จากออก NT 3.1 ทีมพัฒนา software ของ Microsoft ก็ได้ปล่อย Windows NT 4.0 ที่เน้นตลาดเน็ตเวิร์กมากขึ้น โดยจะมี interface คล้ายกับ Windows 95 แต่ว่าระบบมีความเสถียรมากกว่า โดยการเพิ่ม API [Application Programming Interface] เข้ามาทำให้ software/Hardware ต่างๆติดต่อกับ Windows ได้อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน
Windows NT 4.0 ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับบรรดากลุ่มองค์กร ที่ต้องการเครื่อง server ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่








1997 – Microsoft Windows 98
Windows 98 ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่มีผู้ใช้ยอมรับทั่วโลก โดยได้รับการพัฒนาในเรื่องพอร์ต USB ถือเป็นการเริ่มใช้งานครั้งแรกบน Windows 98 ในปี 1997 รวมถึงระบบ Fat32 ที่ทำให้ Windows สนับสนุน Hard Disk ที่มีขนาดมากกว่า 2 GB ได้ นอกจากนั้นยังได้มีการรวมเอา hyper link ของ Internet Explorer มารวมกับ Windows Explorer กลายเป็น Interface ร่วมกันของทั้งสองระบบ
ตรงนี้เองที่ทำให้ Microsoft โดนศาลยุติธรรมของอเมริกาโดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าว ไม่ยุติธรรมต่อบริษัท คู่แข่งอื่นๆ อย่าง Netscape ซึ่งตอนนั้นถือเป็นเจ้าตลาด browser อยู่





1999 – Windows 98 SE
เนื่อง จาก Windows 98 ยังมีบั๊กอยู่เยอะ 2 ปีให้หลัง Microsoft ก็ได้ออก Windows 98 SE [Second Edition] ตามมาเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว และเป็นการมารพร้อมกับ feature ใหม่ที่เรียกว่า ICS หรือ Internet Connection Sharing ซึ่งทำให้เครื่อง PC หลายๆเครื่องสามารถ share internet ร่วมกันได้โดยใช้เพียง Account เดียวเท่านั้น



2000 – Microsoft Windows 2000
Windows 2000 หรือ Windows NT 5.0 แทบจะเรียกได้ว่าเป็น Windows ที่ดีที่สุดของระบบปฏิบัติการ Windows เลยที่เดียวก็ว่าได้ Windows 2000 ถูกใช้อย่างแพร่หลายในฐานะเครื่อง workstation และ Server จนถึงปัจจุบัน จุดเด่นของ Windows 2000 คือ มีความเสถียรสูงมาก การเขียนโปรแกรมเพื่อรองรับ application ต่างๆก็ทำได้ค่อนข้างง่าย Windows 2000 จึงเป็นที่ชื่นชอบของ Web developers ที่ต้องการสร้างโปรแกรมเชื่อมต่อด้านเครือข่ายกับระบ บปฏิบัติการเป็นแกน หลักของครือข่าย โดยใน Windows 2000 นี้ยังได้มีการแยกรุ่นออกเป็น 3 รุ่นด้วยกันเพื่อให้ตรงกับความต้องการ

Windows 2000 Professional - เหมาะกับธุรกิจทั่วไป รวมถึง PC ธรรมดาที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

Windows 2000 Server – เหมาะกับบริษัทขนาดเล็ก-กลาง

Windows 2000 Advanced Server - เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการเข้าออกของข้อมูลเป็น จำนวนมาก

2000 – Microsoft Windows ME
Windows ME ถูกส่งมาทำตลาดในระดับ User ทั่วไป โดยคำว่า ME ย่อมาจากคำว่า Millennium Edition ซึ่งออกวางจำหน่ายในปี 2000 พอดี หลังออกมาได้ไม่นานสิ่งที่ตามมาคือ บั๊กขนาดใหญ่ที่ทำเอาระบบล่มบ่อยๆ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใน Windows ME คือ ระบบ System restore ซึ่งทำให้สามารถย้อนเวลากลับไปก่อนหน้าที่ต้องการได้ หรืออีกประการหนึ่ง Microsoft อาจจะพอเดาออกว่า Windows ตัวนี้เข้ากันไม่ค่อยได้กับ hardware จึงทำ System Restore ใส่เข้าไปด้วย ซึ่งฟังดูตลกแต่ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ นอกนั้นยังมี Windows Media Player แบบเต็มรูปแบบครั้งแรก อีกอย่างที่เพิ่มเข้ามาใน Windows ME คือ Windows ตัวนี้ได้ตัด DOS ออกไปเป็นที่เรียบร้อย การทำงานนั้นเป็นแบบ 32 bit โดยสิ้นเชิง ซึ่งต่างกับตัวที่แล้วๆมาเมื่อมีปัญหาคุณก็จะเจอ DOS แทน และอาจจะเป็นเหตุผลอีกข้อที่ทำให้ Windows ME ไม่ค่อยเสถียรเอามากๆ ยังกับว่านถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรอ Windows XP ในขณะที่กำลังพัฒนาอยู่

2001 – Microsoft Windows XP
นับ จากปี 1995 ปี 2001 นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งของ Microsoft และ Windows เมื่อการมาถึงของ Windows XP [XP = eXPerience] หรือ Windows NT 5.1 ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่าง Windows 2000/NT และ Windows 9x [95, 98, ME] ด้วย Interface ที่ออกแบบใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าที่ต้องบอกว่าในตอนนั ้นสวยงามเอามากๆ ความเสถียรที่อิงจาก Windows 2000 การทำ Multiple user account การสนับสนุน Hardware อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ Windows XP เป็นที่รู้จักกันอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาที่มากับ Windows XP นั้นกลับเป็นเรื่องระบบความปลอดภัยทำให้ Microsoft ต้องออก Service Pack1 มาภายในเวลาอันรวดเร็ว และ Service Pack2 ตามมาอีก และในปีหน้ากลางปีก็จะถึงเวลาของ Service Pack3 กันแล้วครับ


Windows XP แบ่งเป็น 2 รุ่นคือ

Windows XP Home Edition- เหมาะกับกับการใช้งานตามบ้านและ PC ทั่วๆไป

Windows XP Professional - เหมาะกับธุรกิจทั่วไป รวมถึง PC ธรรมดาที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่นเดียวกับ Windows 2000 Professional

นอกจาก 2 รุ่นที่ว่ามาแล้วยังมีอีก 2 รุ่นที่ออกตามมาให้หลัง คือ
Windows XP Home Edition N และ Windows XP Professional N ซึ่งเป็นผลมาจากการฟ้องร้องว่า Microsoft ทำธุรกิจผูกขาด [อีกครั้ง] ซึ่งมีผลทำให้ Microsoft ต้องออก N Edition เพื่อจำหน่ายเฉพาะในยุโรป สิ่งที่ต่างออกไปคือ จะไม่มี Windows Media Player และ Internet Explorer ติดมากับ Windows นั่นเอง


2003 – Microsoft Windows Server 2003
Windows 2003 Server หรือ Windows NT 5.2 นั้นถูกสร้างขึ้นจาก Windows 2000+Windows XPโดยมุ่งหวังที่จะเข้าแทนที่
Windows 2000 นอกจากหน้าตาเหมือน Windows XP แล้วยังได้มีการเสริมในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภั ยให้สูงขึ้นเพราะถูก สร้างขึ้นมาให้ใช้กับองค์กรโดยเฉพาะ การจัดการที่ทำได้ง่ายโดยผ่าน Browser IE และยังเพิ่มความเสถียรในเรื่องของการเข้ากันได้กับ Application Code ต่างๆได้อย่างหลากหลายมากขึ้น

โดย Windows Server 2003 นี้มีมากถึง 5 รุ่นได้กัน คือ

Windows Server 2003 Standard – เหมาะสำหรับทำ server ขนาดในบริษัทขนาดเล็ก

Microsoft Windows Small Business Server 2003 – เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง

Microsoft Windows Server 2003, Datacenter Edition – เหมาะสำหรับองค์กรที่มีข้อมูลมากมายที่ต้องจัดการ

Microsoft Windows Server 2003, Enterprise Edition – เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่

Microsoft Windows Server 2003, Web Edition – เหมาะสำหรับทำ Web server



2003 – Microsoft Windows XP Media Center Edition 2002 (WinMCE2002)
ปี 2003 นอกจากเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งของ Microsoft ในปีนี้เอง Microsoft ก็ได้นำเอา Microsoft Windows XP Media Center Edition ออกจำหน่ายเพื่อรองรับกับกลุ่มลูกค้า PC ตามบ้านที่ต้องการชุด โฮมเธียเตอร์ โดยหลักโปรแกรมนี้ก็คือ Windows XP Pro ที่มีการเพิ่มลูกเล่นในส่วนของ Media Center เข้าไปนั่นเอง ทำให้สามารถควบคุมผ่านรีโมทได้เหมือนกับโฮมธีเตอร์ทั ่วๆไป และ Media Center ที่เพิ่มมายังสามารถทำงานกับอุปกรณ์มีเดียทั้งหลายที ่เชื่อมต่ออยู่กับ PC และการจัดการกับสื่อ Media ต่างๆได้ โดยใช้เพียงรีโมทเท่านั้น

2005 - Windows XP Media Center Edition 2005
หลัง จากนำร่องด้วย MCE2002 ปีนี้ Microsoft ได้ออก MCE2005 ซึ่งมีการเพิ่มคุฯสมบัติใหม่ๆเข้ามาเช่นการรองรับ HDTV [High Definition TV] หรือ TV ความละเอียดสูง ที่แพร่ภาพในระบบ Digital [DTV] นอกจากนั้นยังมี interface ที่สนับสนุน Media Center Extenders ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถ download/upload ไฟล์หรือดูเนื้อหาต่างๆของไฟล์แบบสตรีมได้อย่างง่ายด าย

2005 – Microsoft Windows XP Professional x64 Edition
เมษายน 2005 Microsoft ได้นำเสนอ Microsoft Windows XP Professional x64 Editionออกสู่ตลาด Windows ตัวนี้นับเป็นตัวแรกที่มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบ 64 bit และยังคงทำงานได้กับ โปรแกรม 32 bit ได้เช่นเดิม โดยฟังก์ชั่นนี้เรียกว่า WoW หรือ Windows 32 on Windows 64 ซึ่ง Windows นี้ถูกออกแบบเพื่อนำมาใช้กับงานกราฟิก 3D งานออกแบบ เครื่องบิน Animation หรืองานที่ต้องการความถูกต้องสูงสุด

2007 – Microsoft Windows Vista
Windows Vista หรือชื่อในการพัฒนาว่า Windows longhorn นั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของ Windows ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง นอกจาก core จะเป็น Windows NT 6.0 แล้ว สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการแสดงผลแบบ 3D ของ Window นั่นเอง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่ง นอกจาก Interface ที่เปลี่ยนครั้งใหญ่แล้ว สิ่งที่ Microsoft มุ่งเน้นมากคือความปลอดภัย โดยการประกาศท้าทายเหล่า Hacker ให้เจอะระบบของ Windows vista กันเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีการจ้าง Hacker มาตรวจสอบ source code ทั้งหมดของ Windows vista เพื่อหาช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้นไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ นอกจากนั้น Windows Vista ยังมากับไฟล์รับบรูปแบบใหม่ คือ WinFS [Windows Future storage] ที่จะเข้ามาแทน NTFS
โดย Windows Vista นี้จะมีทั้งแบบ 32 bit และ 64 bit และมีมากถึง 5 รุ่นด้วย
Windows Vista Home Basic – เหมาะสำหรับ พ่อแม่ที่ซื้อ Computer เครื่องแรกให้เด็กเล่นไปจนถึงคนทั่วไปที่ไม่เคยใช้ Windows มาก่อน
Windows Vista Home Premium – เหมาะกับเครื่องที่เน้นทำเป็น Media Center ที่บ้าน
Windows Vista Business – เหมาะกับกลุ่ม power user ทั่วๆไป หรือเปรียบได้กับ Windows XP Pro นั่นเอง
Windows Vista Enterprise – เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่
Windows Vista Ultimate – เหมาะกับคนที่ต้องการทุกๆอย่างจากทุกๆตัวที่กล่าวมาค รับ

2007 – Microsoft Windows Longhorn Server
หรือ อีกชื่อคือ Windows Server 2007 นั่นเอง ซึ่งจะมีรากฐานมาจาก Windows Vista ซึ่งจะเพิ่มคุณสมบัติใหม่เข้าไปเพื่อรองรับกลุ่มลูกค ้าระดับองค์กรขนาดใหญ่ และเป็นระบบปฏิบัติการแบบ 64bit

Friday, August 15, 2008

GTA grant theif auto

จากเหตุการณ์ที่ เด็ก ม. 6 เลียนแบบเกม “GTA” ฆ่าชิงทรัพย์โชเฟอร์แท็กซี่ ที่กำลังเป็นข่าวคึกโครมอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดสำนักข่าวชื่อดังระดับโลกอย่าง รอยเตอร์ เปิดเผยว่า บริษัท นิว อีร่า อินเตอร์แอคทีฟ มีเดีย จำกัด ได้แสดงความรับชอบต่อสังคม สั่งเก็บเกมอื้อฉาวอย่าง Grand Theft Auto (GTA) เกลี้ยงแผงทั่วประเทศไทยแล้ว และได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดด้วย ซึ่งทาง คุณ ศักดิ์ชัย โชติกจินดา กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ของ New Era ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว รอยเตอร์ ว่า " เราได้ร้องขอไปทางผู้แทนจำหน่ายและร้านค้าให้เก็บเกม Grand Theft Auto(GTA) ออกจากชั้นวางขาย และเราจะส่งเกมอื่นๆไปวางจำหน่ายแทน " นอกจากนี้ในเว็บไซท์หลักของ New Era เองได้เปิดเผยเพิ่มเติมอีกด้วยว่า บริษัทจะไม่นำเกม Grand Theft Auto IV เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เหมือนกับเกม GTA ก่อนหน้านี้นิว อีร่า ขอชี้แจงมาตราการเกี่ยวกับการจำหน่ายเกม GTA -------------------------------------------------------------------------------- บริษัท นิว อีร่า อินเตอร์แอคทีฟ มีเดีย จำกัด ผู้จัดจำหน่ายซอฟท์แวร์เกมคอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์เพื่อการศึกษา ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทจึงได้ออกมาตราการเกี่ยวกับการจำหน่ายเกมดังกล่าวดังนี้1. หยุดการจัดจำหน่ายเกม Grand Theft Auto(GTA) 2. แจ้งไปยังร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ให้นำเกมดังกล่าวออกจากชั้นวางสินค้า3. ทางบริษัทฯ จะไม่นำเกม GTA ภาค 4 เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งทั้งนี้ทางบริษัทฯได้มีการพิจารณามาก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ในทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีข้อดีและข้อเสียในตัวเอง ซอฟท์แวร์เกมคอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งทางนิว อีร่า ได้จำหน่ายซอฟท์แวร์เกมคอมพิวเตอร์หลากหลายแนวไม่ว่าจะเป็น เกมแนว Edutainment เช่น Scrable, Chessmaster, Imagine Fashion Designer, Catz, Dogz, Trainz เกมแนววางแผนประวัติศาสตร์ เช่น The Settlers, Blizkrieg II, Europa Universalis เกมแนวกีฬา เช่น Football Manager, Pro Cycling Manager ที่สามารถให้ผู้เล่นได้เล่นเป็นผู้จัดการทีม เป็นต้น และเกมที่จัดจำหน่ายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2550 จะมีแจ้งเรตอายุที่เหมาะสมกับผู้เล่นไว้ที่หน้ากล่องเกมทุกเกมทางบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้ใช้วิจารณญานในการเลือกเล่นเกมและจัดเวลาในการเล่นให้เหมาะสม รวมทั้งขอแนะนำให้สังเกตกิจวัตรประจำวัน และพฤติกรรมในการเล่นเกมส์ของเยาวชนของเราด้วย ข่าวจาก Online-Staionกรรมมมม!!!! ม.6สมองอนุบาลคนเดียว ทำคนเป็นแสนซวย T-T ตูอดเล่นGTA IV ภาคPC เพราะมันคนเดียว!!!สิ้นหวังแล้วอะไรก็สิ้นหวัง