Can't find it? here! find it

Showing posts with label shock. Show all posts
Showing posts with label shock. Show all posts

Monday, January 18, 2010

Dear some adult likes to bully the boys and girl



         บทความนี้เป็นบทความที่ผมเขียนขึ้นเพราะผมรังเกียจผู้ใหญ่หรือรุ่นพี่บางคน หรือบางกลุ่ม(ไม่ได้เขียนด่าใครนะครับแค่แสดงความคิดเห็น)ที่ชอบรังแกรุ่น น้องและเยาวชน          หนังเรื่องนี้คือตัวอย่างตัวอย่างหนึ่งที่ผมบอกได้เลยว่าผมเกลียดผู้ใหญ่ที่ ทำตัวแบบนี้ที่สุด

         ผู้ใหญ่บางคนชอบพูดจาถือดี ทำตัวเก่งอย่างนู่นเก่งอย่างนี้ทั้งๆที่เขาก็เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนๆกับ เยาวชน    รู้ว่าเคยเห็นอะไรๆมาก็มากแต่บางคนก็พูดจาเลอะเทอะ ชอบใช้อำนาจบังคับคนรุ่นหลังๆ     ให้มาทำสงคราม ทำงานเยี่ยงสัตว์เหมือนที่คนบางคนพูดใว้นานมากแล้วว่า "Old men declare war, Young men go to war."คนแก่ประกาศสงคราม คนหนุ่มไปตาย   



Battle Royale (2000)เกมส์นรก โรงเรียนพันธุ์โหด


ในกระบวนนักทำหนังชาติต่างๆแล้ว คงไม่มีชาติไหนมีจินตนาการในการทำหนังได้แปลกประหลาดไปยิ่งกว่า หนังของชาวลูกญี่ปุ่นไปอีกแล้ว
โดยเฉพาะ battle royale หนังนี้มีแต่ฉากรุนแรง เซ็กซ์ และโรคจิตนรก
แบบว่าแค่เนื้อเรื่องของหนังนั้นเริ่มต้นหลายคนก็คงรับไม่ได้แล้ว

ณ . สาธารณะรัฐอิสระ พ.ศ. 2xxx สาธารณะรัฐอิสระ(แต่ธงมันปักโต้งๆ ว่าเป็นญี่ปุ่น) ต้องพบกับวิกฤตการณ์ ประชากรล้นประเทศ...
ทำ ให้เหล่าผู้มีอิทธิพลของสาธารณะรัฐอิสระ    ได้ออกกฎหมายต่างๆขึ้นมา เพื่อควบคุมจำนวนประชากร ใช้รหัสทางการทหารว่า.…Battle Royal…
โดยแต่ละปีจะมีการสุ่มนักเรียน ม.ปลาย จากทั่วทั้งญี่ปุ่นจำนวน หนึ่งห้อง มาเข้าร่วมโปรแกรมนี้... หลักง่ายๆของโปรแกรมนี้ก็คือ
ให้นักเรียนห้องนั้น “ฆ่ากันเอง” จนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายอาวรมย์Last man standingว่างั้น
เพราะเล่นจับเด็กนักเรียนม.ปลาย ปี2 ห้อง 6 ชาย 22 คนหญิง 20 คน จำนวน 42 คน    ไปปล่อยเกาะ แล้วแจกอาวุธให้
         สอน ให้รู้จักเอาตัวรอดด้วยการฆ่าเพื่อนเพื่อการอยู่รอดของตัวเอง เพราะทุกคนจะถูกสวมปลอกคอ โดยทุกหนึ่งชั่วโมงถ้าไม่ฆ่าใครหรือยังเหลือผู้รอดชีวิตมากกว่าหนึ่งคนปลอกคอจะระเบิดจนทุกคนต้องตายหมดนี้แค่ใน หนังนะ การ์ตูนต้นตำรับเรื่องนี้โหดกว่านี้อีกมีฉากเซ็กซ์และฆ่า สมองระเบิดอย่างกับวุ้น นักเรียนถูกยิงจนพรุนฯลฯ เรื่องดังมากจนนำไปสร้างเวอร์ชั่นต่างประเทศ

 ตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำการ์ตูนออกมาได้แบบเสียดสีสังคมผู้ใหญ่ที่บ้าอำนาจได้ดีเช่น

การ์ตูนเรื่องนี้เขียนโดย โทรุ ฟูจิซาวะ
มีชื่อเสียงโด่งดังมากในช่วงเวลา1999-2001 การ์ตูนที่เขียนออกมาแหวกแนวตลกของอาจารย์ที่เคยเป็น
นักเลงใหญ่ที่สุดใน โชนัน เปลี่ยนมาเป็นอาจารย์สอบห้องที่มีปัญหามากที่สุดม.3 ห้อง 4 ในร.ร. มัธยมแห่งหนึ่ง และถ้าดูดีๆแล้วการ์ตูนเรื่องนี้หนังสือการ์ตูนนั้นเขียนออกมาในแนวเสียดสี ผู้ใหญ่ค่อนข้างชัดเจน


และอีกหลายๆเรื่องที่ผมกำลังจะทำขึ้นมานำเสนอให้นะครับ




Tuesday, December 8, 2009

Orphant's quote




          Orphan(12 สิงหาคม 2009)ชื่อแปลเป็นภาษาไทยว่าเด็กกำพร้าหรือชื่อเป็นภาษาไทยตามหนังว่าเด็กนรก ไปดูมาแล้วก็สมคำล่ำลือที่ว่ามันแหวกแนวมากๆเลย
         เรื่องราวของพ่อที่ชื่อจอห์น  และแม่ที่ชื่อเคท   ที่มีที่มีลูกชายที่ชื่อแดนเนียลที่ไม่ค่อยเอาใหนและลูกสาวที่หูหนวกและแน่นอนมันให้่เป็นอุปสรรคในการสื่อสารของเขามากเลย
          เขาทั้งสองเลยตัดสินใจไปรับเด็ก กำพร้าเชื้อสายรัสเซียที่ชื่อเอสเธอร์ที่เก่งและรักการวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจ
           ผลงานของผู้กำกับ Jaume Collet-Serra
          แต่ที่น่ากลัวมากคือการเสียชีวิตปริศนาของเพื่อนๆของลูกหรือผู้้ที่มีความเกี่ยวข้องกับเฮสเธอร์

นั้นไม่ว่าการหายตัวของแม่ชีอย่างลึกลับนั้น   หลายวันต่อมาๆพบศพแม่ชีรูปนั้นที่ไต้สะพานในสภาพที่สุดโหด   จนกระทั่งเจ๊เคทก็ได้ทำการค้นหาความหลังของเธออย่างจริงจัง จนได้เบาะแสว่าบ้านที่เธอไปอยู่ก่อนหน้านี้เธอเคยอาศัยอยู่กับอีกครอบครัวที่อยู่ ณ เอสโตเนีย ครอบครัวนั้นได้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านทำให้ทุกคนตายหมดยกเว้นเธอเฟียงคนเดียว




          ทำให้เคทเชื่อว่ามีบางอย่างที่ไม่ธรรมดาเกี่ยวกับเอสเธอร์  – เด็กน้อยซึ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นในรูปลักษณ์แสนดี ด้วยความกังวลว่าครอบครัวจะไม่ปลอดภัย เคท พยายามทำให้จอห์นและคนอื่นๆ มองทะลุเปลือกที่น่ารักของเอสเธอร์  แต่ไม่มีใครฟังคำเตือน จนกระทั่งมันอาจสายเกินไป...สำหรับทุกคน
          จนมาถึงตอนสุดท้ายที่หนัีงทุกๆเรื่องทำในตอน 30 นาทีสุดท้าย.......ซึ่งเป็นเวลาที่ลุ้นมากที่สุดว่าใครจะตาย นางเอก พระเอก ตัวร้าย ตาย หรือตายหมด
และแน่นอนหนังเรื่องนี้มันก็หักมุมมากเหมือนที่ทุกๆคนพูดใว้ว่าหนังนี้โคตรหักมุมเลย เช่น พระเอกตายเป็นคนแรกในตอนท้ายของหนัง ฯลฯ

 
เคทพยายามติดต่อเข้าไปในประเทศที่เธอมาคือรัสเซีย
เ้ฮสเธอร์ไม่ใช่เด็ก 9 ขวบ และเธอก็ไม่ไช่ชื่อเฮสเธอร์ แต่ชื่อลีน่า แพมเพอร์ เกิดในปี 1976!!?!?!?
ซึ่งมีความผิดปกติทางร่างกายทำให้ดูเหมือนเด็ก
แกล้งทำตัวเป็นเด็กและเป็นเด็กกำพร้ามาเกือบตลอดชีวิต และก็ฆ่าคนมาแล้ว 7 คน

ตอนแรกผมก็สงสัยว่า "แค่ ๙ ขวบมันแต่งหน้าแบบนี้ได้ยังไง"
และในห้องของเฮสเธอร์นั้นดูดีๆแล้วถ้าดูดีๆ


แล้วจะน่ากลัวมากๆ


 เอาเถอะๆไปดูเอาเองละกันเพราะภาพถัดไปอีก4-5วินาทีมันล่อแหล่มเกินไป
อาจจะทำให้ผมไปนอนกรงง่ายๆเพราะฉะนั้นผมเลยแนะนำให้ปดูเอาเองในแผ่นซีดีแผ่นสอง เวลา 43:17-43:29ละกันนะครับ
สรุปสั้นๆแค่ว่าหนังเรื่องนี้
เป็นผลงานกำกับของ Jaume Collet-Serra
 http://www4.pictures.zimbio.com/gi/Premiere+Warner+Bros+Orphan+Arrivals+YEoh_Ed9Nygl.jpg
 ดดยรวมหนังเรื่องนี้ท้าทายคนดูเช่นผมมาก ลุ้นตลอดว่ามันจะเป็นยังไง
ขอบคุณที่อุตส่าห์เข้ามาดู สวัสดีครับ



Thursday, July 2, 2009

Michael jackson's history+ประวัติไมเคิล แจ๊กสัน

ไมเคิล แจ็คสัน (Michael Jackson) มีชื่อเต็มว่า ไมเคิล โจเซฟ แจ็คสัน (Michael Joseph Jackson) หรือเรียกย่อๆ ว่า เอ็มเจ (MJ) หรือ แจ็คโก้ (Jacko) เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 1958 (พ.ศ.2501) ที่อินเดียน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นลูกคนที่ 7 ในบรรดาพี่น้อง 9 คน ของ โจเซฟ วอล์เตอร์ และแคทเธอรีน เอสเตอร์

ไมเคิล แจ็คสัน



เส้นทางสู่นักร้องของไมเคิล แจ็คสัน เริ่มต้นตั้งแต่เขามีอายุได้เพียง 7 ปี เมื่อได้เป็นนักร้องนำของวง "เดอะ แจ็คสัน ไฟว์" (The Jackson 5) และเมื่อเขาอายุ 11 ปี ได้ออกอัลบั้ม "Got to Be There" เป็นอัลบั้มเดี่ยวชิ้นแรกของเขา ซึ่งก็สร้างความตื่นตะลึงให้วงการเพลง เมื่อเพลงของเขาสามารถทะยานขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ตได้สำเร็จ ถึง 3 เพลง และในปี พ.ศ.2522 ได้มีผลงานชุด "Off the Wall" ซึ่งทำยอดขายได้กว่า 20 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก ก่อนจะมีผลงานชุด "Thriller" ในปี พ.ศ.2525 ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ถึง 60 ล้านชุด ทำสถิติเป็นอัลบั้มที่มียอดขายสูงที่สุดในประวัติการณ์ จนกระทั่งปี พ.ศ.2530 ไมเคิลได้ออกอัลบั้ม "Bad" และสร้างสถิติเป็นอัลบั้มที่มีซิงเกิ้ลต่างๆ ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ในบิลบอร์ดมากที่สุด


ไมเคิล แจ็คสัน



ในปี พ.ศ.2534 ไมเคิลได้ออกอัลบั้ม "Dangerous" ที่มีเพลง "Black or White" โด่งดังจนติดอันดับ 1 ทั้งในบิลบอร์ดและชาร์ตเพลงทั่วโลก ก่อนที่จะออกอัลบั้ม "History" และส่งให้เพลง "You’re Not Alone" กลายเป็นซิงเกิ้ลแรกในประวัติศาสตร์ที่ติดอันดับ 1 ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย

ความโด่งดังของ ไมเคิล แจ็คสัน รวมทั้งท่าเต้น "มูน วอล์ค" และ "ลูบเป้า" อันเป็นเอกลักษณ์สร้างชื่อของเขา ทำให้ไมเคิล ได้เดินทางไปเปิดคอนเสิร์ตทั่วโลก รวมทั้งที่ประเทศไทยด้วย โดยไมเคิล แจ็คสัน เคยเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย 2 ครั้ง คือในปี พ.ศ.2536 ที่สนามศุภชลาศัย เป็นการโปรโมตปิดอัลบั้ม Dangerous ซึ่งแฟนเพลงชาวไทยให้ความสนใจอย่างมาก และถือเป็นการแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ของนักร้องชาวต่างประเทศระดับโลกครั้งแรกของ ไทย แต่ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเช่นกัน เพราะบางส่วนเห็นว่าท่าเต้น "ลูบเป้า" ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย ส่วนคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 ของไมเคิล แจ็คสัน ในเมืองไทย จัดขึ้นในกลางปี พ.ศ.2538 ที่เมืองทองธานี เพื่อโปรโมตอัลบั้ม History แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าคอนเสิร์ตครั้งแรก

ไมเคิล แจ็คสัน



นอกจากนี้ชื่อของไมเคิล แจ็คสัน ยังได้ปรากฎอยู่ในเพลง "ทับหลัง" ของวงคาราบาว เมื่อปี พ.ศ.2531 ที่ครั้งนั้น เพลงนี้ ได้ถูกนำไปใช้ในการเรียกร้องทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์จากสหรัฐ อเมริกา ในเนื้อร้องว่า "เอาไมเคิล แจ็คสัน คืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา"

ทั้งนี้ เรื่องชีวิตส่วนตัวของไมเคิล นั้น เขาถูกมองว่า ชอบทำตัวเด่นดังและให้เป็นข่าวอยู่เสมอ และใช้ชีวิตอย่างโอเวอร์เกินคนธรรมดา เช่น การซื้อคฤหาสน์ส่วนตัวในชื่อ "Never Land" อีกทั้งยังชอบทำตัวแปลกๆ เช่น การแต่งตัวแปลกๆ ปรากฎในที่สาธารณะ รวมทั้งเคยแต่งตัวเป็นผู้หญิงในห้องน้ำหญิงสาธารณะ หรือการที่เปลี่ยนสีผิวตัวเองจากผิวดำ ให้กลายเป็นผิวขาวซีด และการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าด้วยซิลิโคนหลายต่อหลายครั้ง

ไมเคิล แจ็คสัน



สำหรับชีวิตครอบครัวของ ไมเคิล แจ็คสัน นั้น ไมเคิล ได้แต่งงานกับ "ลิซ่า มี เพรสลีย์" ลูกสาวของราชาเพลงร็อคอย่าง "เอลวิส เพรสลีย์" อย่างกะทันหัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเลิกรากันไป เมื่อปี พ.ศ.2539 โดยไม่มีบุตรด้วยกัน แต่จากนั้น ไมเคิล ได้มีบุตร 3 คน โดย 2 คนแรกเกิดจากการผสมเทียม กับภรรยาเก่า "เด็บบี้ โรวว์" โดยลูกชายคนโตชื่อว่า "ปรินซ์ไมเคิลที่ 1" (Prince Michael Jackson I) ส่วนลูกสาวคนที่สองชื่อ "ปารีส ไมเคิล" (Paris Michael Katherine Jackson) และลูกชายคนเล็กนั้น ชื่อว่า "ปรินซ์ไมเคิลที่ 2" (Prince Michael Jackson II) โดยที่ไม่เคยมีการเปิดเผยว่าใครเป็นแม่ของเด็ก




ไมเคิล แจ็คสัน กับลูกชายคนโต

ไมเคิล แจ็คสัน

ลูกสาวและลูกชายคนเล็กของไมเคิล แจ็กสัน



อย่างไรก็ตาม ไมเคิลยังปรากฎเป็นข่าวอยู่เสมอๆ โดยมีข่าวลือเกี่ยวกับตัวไมเคิล ออกมาต่างๆ นานา ทั้งเรื่องที่ว่า เขาป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่ไม่สามารถทำให้ผิวหนังบางส่วนสามารถผลิตเม็ดสีได้ ส่งผลให้บริเวณนั้นซีดจางกว่าบริเวณอื่น เพราะไมเคิลมักปรากฎตัวด้วยลักษณะคล้ายคนป่วย ซีดเซียว บางครั้งก็นั่งรถเข็น หรือใช้ไม้เท้าช่วยเดิน

ซ้ำยังมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการที่ ไมเคิล ลวนลามเด็กผู้ชายออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2548 ไมเคิล ต้องขึ้นศาลฟังคำพิพากษาในคดีข่มขืนเด็กชายผู้หนึ่ง ซึ่งบทสรุปจบลงที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องไป ก่อนจะเป็นข่าวอีกครั้ง หลังไมเคิล อุ้มลูกของตัวเองซึ่งยังเป็นทารกอยู่ ออกมาทักทายแฟนๆ และทำท่าจะทิ้งดิ่งลูกลงมาจากหน้าต่างโรงแรม จนได้รับเสียงตำหนิจากสังคมอย่างหนัก


ไมเคิล แจ็คสัน

ไมเคิลถูกโจมตีอย่างหนัก หลังอุ้มลูกชายอย่างน่าหวาดเสียว



หลังจากนั้น ข่าวคราวของไมเคิล ได้เงียบหายไปพักหนึ่ง ก่อนไมเคิลจะออกมาประกาศว่า จะกลับคืนสู่เวทีคอนเสิร์ตอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ในรอบ 12 ปี ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2552 ซึ่งบัตรชมการแสดงนั้นถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาไม่กี่ ชั่วโมง และไมเคิล ยังมีโปรแกรมจะทัวร์คอนเสิร์ตไปต่อเนื่องจนถึงเดือนมีนาคม ปี 2010 อีกด้วย ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ต้องเพิ่มรอบแสดงเป็น 50 รอบเลยทีเดียว

แต่ก่อนที่ ไมเคิล แจ็คสัน จะได้กลับขึ้นแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้ง แฟนเพลงทั่วโลกกลับต้องได้รับข่าวร้าย เมื่อไมเคิล แจ็คสัน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยูซีแอลเอ ในนครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐฯ หลังหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ก่อนที่แพทย์ในโรงพยาบาลลอสแองเจลิส จะแถลงยืนยันว่า ไมเคิล แจ็คสัน ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 14.26 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือตรงกับเวลาในประเทศไทย 02.26 น. ของเช้าวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ในวัย 50 ปี

ข่าวนี้สร้างความตื่นตะลึงให้คนทั่วโลก และนับเป็นการปิดฉากชีวิตของราชาเพลงป๊อบผู้โด่งดัง ที่เรียกได้ว่า เป็นนักร้องที่ใครๆ ก็รู้จัก และเป็นขวัญใจของใครหลายคนทั่วโลก


ประวัติ

ชื่อเต็ม : ไมเคิล โจเซฟ แจ็คสัน (Michael Joseph Jackson)
ชื่อที่เรียก : ไมเคิล แจ็คสัน (Michael Jackson),เอ็มเจ (MJ),แจ็คโก้ (Jacko)
วันเกิด : 29 สิงหาคม 1958 (พ.ศ.2501)
สถานที่เกิด : อินเดียน่า สหรัฐอเมริกา
บิดา : นายโจเซฟ แจ็กสัน
มารดา : นางแคธารีน แจ็กสัน
พี่น้อง : แจ็กสันมีพี่น้อง 9 คน แจ๊กสัน เป็นคนที่ 7
ที่อยู่ : คฤหาสน์ "เนเวอร์แลนด์" (คฤหาสน์ผสมสวนสนุก) ลอสแองเจลิส ประเทศหรัฐอเมริกา
แนวเพลง : ป๊อบ, อาร์แอนด์บี
อาชีพ : นักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดง นักเต้น นักออกแบบท่าเต้น โปรดิวเซอร์เพลง ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2511 - ปัจจุบัน



ผลงานอัลบั้มเพลง

พ.ศ.2514 Got to Be There
พ.ศ.2515 Ben
พ.ศ.2515 A Collection of Michael Jackson′s Oldies
พ.ศ.2516 Music and Me
พ.ศ.2518 Forever, Michael
พ.ศ.2522 Off the Wall
พ.ศ.2524 One Day in Your Life
พ.ศ.2525 Thriller
พ.ศ.2527 Farewell My Summer Love
พ.ศ.2530 Bad
พ.ศ.2534 Dangerous
พ.ศ.2538 History - Past, Present and Future - Book I
พ.ศ.2540 Blood on the Dance Floor: HIStory in the Mix
พ.ศ.2544 Invincible
พ.ศ.2544 Greatest Hits - History Volume I
พ.ศ.2546 Number Ones
พ.ศ.2547 Michael Jackson: The Ultimate Collection
พ.ศ.2548 The Essential Michael Jackson

Thursday, November 27, 2008

unforgivable things:Choeung Ek Genocide Center

นี่ก็คือหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศๆหนึ่งในประเทศๆหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านของเรา

ที่นี่ข้างในนั้นมีคนเป็น1000แต่ไม่จ่ำกว่าหมื่นแน่ๆ


เด็กเหล่านี้มาเล่นๆแถวต้นไม้ที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าพ่อแม่ของพวกเจาบางคน(ในสมัยเด็ก)เคยโดนเฆี่ยนตีจนแทบขาดใจ

คำพูดของเด็กที่รอดซึ่งเป็นคนเดียวในนั้น(1000กว่าคน)ที่รอดและเขียนเล่าสู่การฟัง

ไต้ต้นไม้นี้เคยเป็นทุ่งที่มีคนจำนวนตามรูปอยู่ไต้นี้

bangrajaan-Strongest stronghold camp


bangrajaan-Strongest stronghold camp of Ayutthaya time
เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศไทยที่มีตำนานอันหาญกล้าของชาวบ้านบางระจันจารึกไว้
บางระจัน(Bangrajan)บางระจันเรื่องราว ของชาวบ้าน ๑๑ คน ที่ กลับกลาย เป็นตำนาน ด้วยต่าง หยิบดาบ สู้กับพม่า ด้วยหัวใจ กล้าต่อกร กับ ทัพพม่า ที่มี ไพรพล มหาศาล...ในเวลานั้น พม่าแบ่ง กำลังออก เป็น ๒ เส้นทาง มังมหานรธา ตีจาก ทิศตะวันตก เน เมียวสีหบดี ตีไล่จาก ทางเหนือ หวังขนาบ กรุงศรี อยุธยา ครานั้น ทัพของ เนเมียว ต้องล่าช้า ไปเนื่องจาก ติดพัน การ ต่อสู้ กับกลุ่ม ชาวบ้านที่ รวมตัว กันในนาม "บางระจัน"เนเมียวสีหบดี แค้นหนัก ที่กองทัพ ของตน พ่ายแพ้ ถึง ๓ ครั้ง จึงเพิ่ม กำลังหนัก เข้าชาว บางระจัน รบกัน อย่าง ถวายหัว แต่คราวนั้น พ่อแท่น หัวหน้า ของชาวบ้าน ถูกยิงได้รับ บาดเจ็บ ทุกคน จึงต้องหา ผู้นำคนใหม่ ขณะนั้น ข่าวการ ชนะพม่า ของบางระจัน กระจายไปทั่ว ชาวบ้าน มากมาย พากัน มารวม ตัวสู้ บางระจัน ได้ผู้ มีฝีมือ อีกสองคน มาช่วย คือ นายดอก ครูมวย จากวิเศษไชยชาญ แลนาย ทองแก้ว ครูดาบ บ้านโพธิ์ ทะเลชื่อกลุ่มโจร ของนายจัน หนวดเขี้ยว เป็นที่ กล่าวขาน ในเวลานั้น บางระจัน จึงส่ง นายอิน มือแม่นธนู นายเมือง คนหนุ่ม ใจกล้า แลพวก เสี่ยงภัย ออกจากค่าย ไปตาม นายจัน ยอมมา ช่วยบางระจัน ทันที เมื่อรู้ว่า พระอาจารย ธรรมโชติ ย้ายจาก เขานางบวช บ้านเกิด ของตน ที่วอดวาย ไปแล้ว มาจำวัด ที่บางระจัน นายจัน หนวดเขี้ยว เป็น นักรบ ประเภท ยอมหัก ไม่ยอมงอ ด้วยครั้งหนึ่ง ตนเคยเสียชีวิต ลูกเมีย ให้กับพม่าเมื่อได้เป็นผู้ นำคนใหม่ จึงเปลี่ยนแปลง บางระจัน ให้ทุกคน มีวินัย และ ไม่ทำอะไร ตามใจ ตัวเอง ทำให้ นายจัน ไม่เป็น ที่ถูกใจ ของนาย ทองเหม็น ขี้เมาพเนจร ที่ชอบ ขี่ควาย แอบออก จากค่าย ไปตีพม่า อยู่บ่อยครั้ง ไม่มีใครรู้ สาเหตุว่า นายทองเหม็น ทำอย่างนั้น เพื่ออะไร เมื่อหยุดจาก การรบ ชาวบ้าน ก็เป็นเพียง ชาวบ้าน ความรัก ของนายเมือง และ อีแตงอ่อน ลูกสาว พ่อแท่น กำลัง ก่อตัวขึ้น อย่างงดงาม พ่อแง่แม่งอน ตามประสา เช่นเดียวกับ นายอิน กับ อีสา เมียรัก ที่เพิ่ง อยู่กินกัน ความกดดัน จากสงคราม ทำให้อีสา ไม่บอกให้ นายอินว่า ตนกำลังท้อง ด้วยกลัวผัว จะเป็นกังวล นายเมือง นายอิน ต้องเสี่ยงภัย กันอีกครั้ง เมื่อต้อง เดินทางไป กรุงศรีอยุธยา เพื่อขอ ปืนใหญ่ แต่เมื่อ ไปถึงกลับ ได้รับการ ปฏิเสธ กลับมา เมื่อนายอิน กลับมา แล้วมารู้ ทีหลังว่า เมียกำลังท้อง แล้วนายปลั่ง เพื่อนรัก ที่ ร่วมรบ กันมา จนบาดเจ็บ พิษไข้ ขึ้นถึงกลับ วิกลจริต ไป ซ้ำมารู้ว่า ตนกำลัง จะมีลูก นึกแค้น พม่าหนัก นัดพา พวกล่องเรือ ไปตีพม่า ถึงในค่าย โดยไม่รู้ว่า พม่าเอง ก็แอบส่ง กำลัง มาตีบางระจัน เช่นกัน
ครั้งนั้น ด้วยใจร้อน นายอิน พาคน ไปตาย มากมาย ซ้ำกลับ มา ค่ายบางระจัน ก็ถูกตี จนยับเยิน คนตาย มากมาย ชาวบ้าน ก็พากัน อพยพ หนีไป นายจัน ท้อใจ จะ กลับไป เป็น กองโจร เหมือนเดิม หากแต่ ได้กำลังใจ อย่าง ไม่คาดคิด จากนาย ทองเหม็น ขี้เมา ที่เป็น อริกัน มาตลอด และรู้ว่า แท้จริงแล้ว นายทองเหม็น เองก็มีอดีต ที่เจ็บปวด ไม่น้อย ไปกว่าตนยามนั้น พม่าได้แต่งตั้ง นายกอง คนใหม่ นามว่า สุกี้ เข้าตี บางระจัน ทัพสุกี้ ครั้งนี้มี กองปืนใหญ่ มาด้วย บางระจัน เอาปืนใหญ่ เข้าสู้ทั้งที่ร้าว อย่างไม่มี ทางเลือก ทุกคน รู้ชะตากรรม ว่า นี่คงเป็น ครั้งสุดท้าย ของบ้าน บางระจัน แล้ว
พระอาจารย์ธรรมโชติได้ให้กำลังใจกับชาวบ้านในหมู่บ้านนี้โดยการทำพิธีสิริมงคล
แต่สุดท้ายเมืองบางระจันก็แตกในวันที่ 26กันยายน ไม่ทราบปีที่แน่ชัด

Nanjing massacre survivor:Pan kaiming


Pan Kaiming,

 เขาอายุ80กว่าๆแล้วและประกอบอาชีพพนักงานเดินสายเครื่องยนต์,
Pan พูดว่าวันที่14 ธันวาคม 1937 เขาคือหนึ่งใน 300 คนที่ถูกจับให้ยืนตั้งแถวให้รอให้ถูกยิง
Pan ถูกยิงและตื่นขึ้นซึ่งไปนอนอยู่ไต้ศพของเพื่อนข้าง
"ช้าๆ ช้าๆ เดี๋ยวก็รอดแล้ว," เขาบ่นพึมพำ "เสื้อฉันมีแต่เลือด ฉันนึกว่าฮันตายแล้วซะอีก." เขาพยายามจะล้างเลือดที่แม่น้ำแต่ปรากฏว่าแม่น้ำมีแต่เลือด
Pan พยายามหนีโดยแสร้งเป็นพนักงานส่งสาส์นของนายทหารญี่ปุ่นและหนีออกนอกเมืองไป

Wednesday, November 26, 2008

unforgivable things:Nanjing

ที่นี่คือสถานที่ๆชาวจีนอย่างผมรู้จักกันดี ในฐานะสถานที่ๆถูกสังหารหมู่ นานาวิธี
โดยกลุ่มคนซึ่งมีจำนวนทหารไม่เกิน 4000คนด้วยซ้ำ
รูปภพในวันนี้(แต่ขอไม่ลงรูปเมื่อ60-70ปีที่แล้ว)




Nanjing has many parks

เมื่อ7xปีที่แล้วเขาถูกพรากชีวิตเพราะความสนุกสนาน

สามแสนคนคือพยานสำหรับกิจกรรมนี้

Pan Kaiming,ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากหลายร้อยคนที่ถูกยิงสาดใส่ที่อยู่ไกล้ๆแม่น้ำแยงซี
ผาน คายหมิง เขาคือคนเดียวที่รอดจากการถูกกลุ่มคนสังหารในสามหมื่นคน ณ แม่น้ำหยางเซ่อ
นี่คือสถานที่ๆกำลังสร้างให้ญาติๆของพวกผม(รวมทั้งญาติของผม)ได้ทำที่พักผ่อนให้ใหม่

unforgivable thing:Auschwitz(present day picture)

มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งโหดร้าย ทารุณ จนน่ากลัว จนถึงขนาดคำ ขอโทษเป็นเรื่องที่น่าไม่ให้อภัย

อาวชวิชส์เป็นสถานที่ผมขอโทษถ้าหากสิ่งที่ผมตีแผ่กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ใครเดือดร้อนล่ะก็ ผมก็ขอโทษนะครับ

โปรดใช้พิจารณญาณในการรับชม

นี่คือเส้นทางที่ทุกคนที่เป็นชาวยิวจะต้องผ่านเข้า

AuschwitzAuschwitz














รั้วไฟฟ้าสำหรับกันนักโทษหนี




บางครั้งหากคุณไปที่นี่คุณก็ระวังเตะโดนสิ่งที่นอกเหนือจากหินละกันกิกิกิ






ข้างในตัวค่าย



แด่ผู้ที่ถูกย่าง








ห้องรมควัน

ห้องมืดพิเศษ

ห้องที่ได้รับการบูรณะ เดิมทีเป็นห้องพักที่แสนจะอบอ้าว(สุดจะตับแลบ)

สิ่งของที่ยังคงหลงเหลือสิ่งมันถูกปกป้องโดยสภาพแวดล้อมที่ทำให้มันอยู่ในสภาพดี(เตียง ตู้ เครื่องเรือนทั้งหลายแหล่)

เตียงพิเศษที่เหมาะสำหรับคนพิเศษ


ผู้ที่ล่วงลับทั้งหมดที่เคยอยู่ที่นั่นแล้วทนไม่ไหวแล้วกลายเป็นอาจารใหญ่ อาจารย์ใหญ์จะได้รับเกียรติได้ไปนอนในนี้
ช่องที่ๆผมรับรองว่าถ้าคุณเป็นพัสดีในตึกนี้คงไม่กล้าเข้าไกล้



Auschwitz I
เดิมทีเป็นเช่นนี้แต่ถูกทิ้งร้างไป55ปีจนได้รับการบูรณะใหม่ซึ่งยังคงบูรณะอยู่
ที่พังลงมาแล้ว