Can't find it? here! find it

Showing posts with label China. Show all posts
Showing posts with label China. Show all posts

Saturday, February 13, 2010

ตอบคำถามวิชาประวัติศาสตร์

การ ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นอาจไม่มีกฏหมายหรืออะไำรรับรองได้แต่นั่น เป็นสมบัติของคนต่ำ มันสื่อถึงรากง่าวของบิดามารดาทุกท่านที่คิดจะคัดลอกบทความแปลผม

มีคนถามผมว่า


" ทำไมในแถบตะวันออกไกล ทำไมฝรั่งมันถึงชอบดูถูก จีน(ยังไม่เท่าไร) เกาหลี แต่ทำไมญี่ปุ่น มันกลับยกยอแบบเสมอภาค

ผมเห็นประเทศจีนพยายามทุกวิถีทางที่จะเทียบตะวันตกให้ได้
ทั้งภาษา(ก็ประสบผลสำเร็จ) ประเพณี วัฒนธรรม ต่างๆ
ให้เทศกาลจีนเสมอเทศกาลฝรั่ง
แล้วเวลาฝรั่งไปเปรียบเทียบอะไรก็ตามเวลาถูกเทียบเคียงกับจีน หรือเกาหลี พวกเขาจะดูถูก
                 แต่ทำไมพอกับญี่ปุ่น แต่ก่อนสมัยสงครามชอบเรียกไอ้ยุ่น ไอ้ยุ่น เดียวนี้กลับชื่นชม ติดวัฒนธรรมต่างๆของญี่ปุ่นงองแงม
ทั้งภาษา วัฒนธรรม ลัทธิต่างๆ บูชิโด ความกล้า การ์ตูน ประวัติศาสตร์ เพลง รายการทีวี หนัง ซามูไร นินจา
อะไรแบบนี้
แต่พอกับจีน กับเกาหลี กลับดูถูกซะงั้น
หรือเพราะนิสัยคนชาตินั้นหรือ"

เป็นผมเห็นชอบและตอบได้ในทันทีว่า.........................



 เป็นเพราะการตัดสินใจของผู้นำประเทศจีนตั้งแต่ยุคของซื่อฉีไท่โฮ่ว(ซูฉีไทเฮา)ซึ่งบ้าอำนาจและลำพองในอำนาจของสมเด็จปู่คังซี-หยวน ซื่อ ไข่เป็นต้นมาซึ่งเป็นผู้สร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาและไม่เป็นที่ยอมรับของคนจีน ที่ยึดติดกับจารีตประเพณีที่มีมามากกว่า 3500 ปี!!!! (และก็จะพยายามตั้งตนเป็นฮ่องเต้ในเวลาต่อมา)  พวกกระผมเลยต้องค่อยๆทำค่อยๆมี จนเวลาล่วงเลยไป 50 ปี ปรากฏว่าจีนยังไม่สามารถร่างรัฐธรรมนูญฉบับของจีนได้เอง เพราะมีกบฏที่ยึดติดกับเรื่องเก่่าๆบวกกับแผ่นดินเขาใหญ่และคนก็เยอะมากมัน เลยทำให้คนต่างชาติดูถูกคนจีนเพราะตัวพวกอเมริกาและอังกฤษ(ชาติตะวันตกทั้ง หลาย)เองเคยชนะคนที่ลำพองว่าตัวเองเก่งยิ่ง ..............เลยดูถูก

สมเด็จพระจักรพรรดิโกจอง

เกาหลีในสมัยโฮจองเป็นรัชสมัยที่เกาหลีอ่อนแอที่สุดและลำพองว่าข้ามีจีนปกป้องและก็ปิดประเทศตัวเอง
ก็เลยทำให้เกาหลีเข้าสู่ยุคที่อ่อนแอที่สุด อาวุธยุทโธปกรณ์ก็ล้าหลังกว่าจีนและถูกญี่ปุ่นพิชิดในปี 1910



แต่ในขณะืั้ที่ญี่ปุ่นในปี1867 ได้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นโดยทำลายประเพณีจารีตและระบบศักดินาและก่อตั้งกองทัพ ที่ทรงพลังที่สุด แกร่งที่สุด และทันสมัยที่สุดในสมัยนั้นได้เรียกกันในนาม ทหารกองจักรวรรดิญี่ปุ่น และได้คิดลองดีและเอาชนะรัสเซียได้อย่างเข็ดขาดในปี 1905
เอาขนะเยอรมนีโดยยึดฐานทัพในเอเซียอย่างชิงเต่า(จีน)ได้ในปี 191X(ไม่แน่ใจวันเวลาที่ยึด)
ขยายจักรวรรดิออกไปได้ไกลแสนไกลจนถึงขีดสุดปี1942
และรัญธรรมนูญในปี 1950-1970 เป็นรัฐธรรมนูญที่ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายเป็นตัวอย่างรัฐธรรมนูญระดับแนว หน้าในเรื่องความรัดกุมและมีช่องโหว่น้อยนิด


 คำตอบนี้คือการตอบคำถามในกระทู้นี้


การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นอาจไม่มี กฏหมายหรืออะไำรรับรองได้แต่นั่นเป็นสมบัติของคนต่ำ มันสื่อถึงรากง่าวของบิดามารดาทุกท่านที่คิดจะคัดลอกบทความแปลผม

หากมีความคิดเห็น ขอขอบคุณที่ทุกท่านมองเห็นและคลิกที่"Post a comment"ที่ไต้บรรยาย

Friday, November 6, 2009

ขันทีปัสสาวะได้ยังไง


ก่อนอื่น เรามาดูความหมายขันทีกันก่อนขันที หรือ ไท่เจี้ยน (太监 พินอิน: tàijiān) หมายถึง ชายที่ถูกตอน ทำงานหลายอย่างที่สตรีเพศทำไม่ได้ ในพระราชวังในจีนมีหน้าที่ควบคุมนางในฝ่ายพระราชฐาน และบางครั้งจะขับลำนำถวายฮ่องเต้ก่อน เข้าที่บรรทม นอกจากเรื่องทางโลกแล้ว ขันทียังมีหน้าที่เป็นคณะที่ปรึกษาให้กับฮ่องเต้ในการปกครองบ้านเมือง ซึ่งในบางยุคสมัยก็เป็นเพราะขันทีที่เอาแต่ปรนเปรอฮ่องเต้จนบ้านเมืองอ่อนแอ ไร้เสถียรภาพจนนำมาสู่การล่มสลายของบ้านเมือง เช่น ยุคสามก๊ก หรือ ปลายราชวงศ์หมิง หรือ ปลายราชวงศ์ชิง เป็นต้นประเภทของขันทีขันทีนั้น มีอยู่สองประเภท* ถูกตอนโดยตัดแค่ปลายองคชาตเท่านั้น ยังเหลือพวงอัณฑะอยู่ ขันทีประเภทนี้ ยังเหลือฮอร์โมนเพศชายอยู่มากมาย เสียงยังห้าวแบบชาย และจะได้อนุญาตให้ปฏิบัติภารกิจหน้าที่การงานได้เฉพาะเขตพระราชฐานชั้นนอกเท่านั้น* ถูกตอนโดยตัดทิ้งทั้งพวง เสียงจะแหลมเล็ก ลูกกระเดือกหายไป ฮอร์โมนเพศชายหมดไป พวกนี้จะได้รับความไว้ใจสูงกว่า และสามารถปฏิบัติงานในเขตพระราชฐานชั้นใน




อันนี้ทั้งพวง...
'ขันที' มาจากรากศัพท์ 'ขันฑะ' ในภาษาสันสกฤต แปลว่า ตัด ตรงกับคำในภาษาจีนว่า ไท้เจี๋ยน หรือไท้ก๋ำ หรือเรียกว่ายุนุค (Eunuch) ในภาษาละติน และอาหรับ โดยมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า 'ยูโนคอส' (eunouchos) แปลว่า ผู้ดูแลรักษาเตียงยูนุคจึงหมายถึงผู้มี หน้าที่คอยดูแลหรือเป็นผู้รับใช้ของกษัตริย์และข้าราชสำนักฝ่ายใน เชื่อว่าขันทีมีกำเนิดครั้งแรกที่เมืองละกาสช์ (Lagash) ของสุเมเรียน (Sumerian) ในเมโสโปเตเมีย เมื่อราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล และเป็นกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทแพร่หลายอยู่ในราชสำนักของเมโสโปเตเมียและ อียิปต์แต่โบราณจากประติมากรรมสลักศิลาศิลปะสมัยจักรวรรดิอัสสิ เรีย (Assyria Empire) อายุราว 800 ปีก่อนคริสตกาล แสดงภาพขันทีหรือยูนุคกำลังถวายการรับใช้ใกล้ชิดจักรพรรดิ โดยมือข้างหนึ่งถือแส้ อีกข้างหนึ่งกุมสายรั้งดาบ แสดงให้เห็นว่ายูนุคทำหน้าที่เป็นทั้งผู้รับใช้และราชองครักษ์ของกษัตริย์
หลังตัดอวัยวะเพศแล้วเขาจะใช้ก้านขนนก หรือไม้เล็กๆที่กลวงตรงกลางเสียบแทนเอาไว้ตรงนั้นให้เป็นรูสำหรับปัสสาวะ
หรืออาจจะ ใช้ท่านังกระโถน แบบผู้หญิงในการปัสสาวะ
หนังสือเล่มหนึ่งของ วาริส ดีรี ที่เป็นนางแบบผิวดำเขียน เธอมาจากประเทศโซมาเลียที่มีธรรมเนียมสุหนัด (ตัดอวัยวะเพศหญิง คว้านคริสตอริสและแคมใหญ่,เล็ก ออก จากนั้นก็เย็บปิดช่องคลอด เหลือไว้แค่รูเล็กๆ ให้ปัสสาวะและประจำเดือนพอไหลผ่านได้)เธอบอกว่าเวลาปัสสาวะ มันจะค่อยๆหยดออกทีละนิดเท่านั้น และไม่สามารถเบ่งปัสสาวะแรงๆ ได้ เนื่องจากรูมันเล็ก มันจะเจ็บ และเวลาเป็นประจำเดือนก็ปวดท้องมาก เนื่องจากเลือดไหลออกมายากเพราะฉะนั้นในความคิดโทเค ขันทีที่เขามีรูแค่ก้านขนนก หรือไม้เล็กๆ เขาไม่น่าจะยืนปัสสาวะแบบพุ่งได้หนึ่ง น้ำปัสสาวะมันน่าจะไหลออกมาได้ทีละนิด ประมาณหยดๆ ตามรูของก้านขนนกหรือไม้ที่เสียบไว้ ไม่น่าจะออกมาเป็นสายพุ่งเหมือนผู้ชายปกติได้สอง จากข้อแรก ดังนั้น การปัสสาวะแต่ละครั้งน่าจะใช้เวลานานกว่าผู้ชายปกติ และก็น่าจะเลอะด้วย (ถ้าทำในท่ายืน) เนื่องจากแรงดันขับเคลื่อนไม่น่าจะมีมากเท่าผู้ชายปกติ (เบ่งแรงๆ นี่น่าจะเจ็บอะ ก้านขนนกหรือไม้มันไม่ใช้อวัยวะนี่นา) แล้วถ้าไม่มีแรงเบ่ง หรือไม่สามารถเบ่งได้มาก การควบคุมทิศทางก็จะลำบากใช่ไหมคะ (รบกวนคุณผู้ชายช่วยยืนยันด้วย)ขันทีจะมีกลิ่นเฉพาะ คือ " กลิ่นปัสาวะแห้ง "เนื่องจากขั้นตอนการตอน จะทำให้สะอาดมากๆ ก็จะตัดเข้าไปถึงหูรูดของกระเพาะปัสสาวะทำให้ ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ เป็นที่น่าอับอายมากๆและต้องทนในสภาพนี้ไปตลอดชีวิตและเนื่องจากการตอน ทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุลขันทีที่ถูกตอนตั้งแต่ยังเด็ก จะมีลักษณะ แขนยาวเก้งกาง รูปหน้าจะพัฒนาไม่เต็มที่ส่วนใหญ่จะจะเป็นคางรูปสามเหลี่ยม และการตัดอวัยวะเพศออกไป จะทำให้เป็นโรคแทรกซ้อนได้ง่ายส่วนใหญ่จะอายุไมค่อยยืน

Thursday, April 23, 2009

Vietnam war


























นาวิกฯสหรัฐได้ทำการตรวจค้นบ้านของชาวบ้านที่ต้องสงสัยว่่าให้พักอาศัยแก่ทหารเวียดกง





สงครามเวียดนามนั้นได้มีการทำสงครามที่ประเทศเวียดนาม, ลาวและกัมพูชา เริ่มในปี 1959 จนถึงเดือนเมษายน 30, 1975 สงครามได้เริ่มในเวียดนามเหนือ สนับสนุนโดยประเทศในเครือคอมมิวนิสต์, และเวียดนามใต้, ส่งเสริมโดยกองกำลังสหรัฐอเมริกาและสมาชิกกองกำลังต่อต้านคอมมิวนิสแห่งเอเชียอาคเนย์หรือเรียกว่าSEATO(Southeast Asia Treaty Organization).

เวียดกง, หน่วยทหารอาวุธเบาทำการก่อจลาจลในภาคใต้ของเวียดนาม, ซึ่งมีการต่อสู้นองเลือดอย่างเอาเป็นเอาตายกันในพื้นที่ดังกล่าว. กองกำลังเวียดนามเหนือก็เริ่มโจมตีเวียดนามใต้อย่างเปิดเผย, มีการสู้รบประหัตประหารกันอย่างกว้างขวาง กองกำลังสหรัฐและพันธมิตรได้เตรียมเฮลิคอร์ปเตอร์และยุทโธปกรณ์ทั้งหมดเพื่อเตรียมตอบโต้

กองกำลังสหรัฐอเมริกาได้ส่งกำลังป้องกันตัวเองไปในเวียตนามเพื่อขัดขวางการยึดครองของเวียดนามเหนือ
ที่ปรึกษาในการทำสงครามได้เดินทางมาที่เวียดนามไต้ในปี 1950 การบุกเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นเริ่มขึ้นในต้อนปี 1960 และหน่วยรบพิเศษทั้งหมดได้จัดเตรียมและนำไปในเวียดนามเหนือในปี 1965. การเเข้าช่วยถึงจุดเดือดในปี 1968 การบุกเท็ท. ถึงอย่างไรก็ตามการสร้างสันติภาพได้เกิดขึ้นทั่วไปทุกหนทุกแห่ง ในเดือนมกราคมปี 1973, การต่อสู่ยังคงดำเนินต่อไปในเดือนเมษายนปี 1975, เวียดนามเหนือยึดไซง่อนได้สำเร็จ. เหนือและไต้ได้รวมตัวเข้าด้วยกันในหลายๆปีถัดมา
ในเดือนมกราคมปี 1950, ประเทศในเครือคอมมิวนิสต์, เริ่มต้นโดยประเทศจีน, ได้ยอมรับว่า สาฐารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามให้เป็นรัฐบาลปกครองเวียดนาม หน่วยต่อต้านคอมมิวนีสได้ยินยอมให้ฝรั่งเศสสนับสนุนหลังให้เวียดนามในไซง่อนโดยให้่จัีกรพรรดิเบาต้าย





















จักพรรดิเบา ต้าย แห่งเวียดนามไต้


ในหลายเดือนให้หลังการประทุของสงครามเกาหลีเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 1950 สนับสนุนดดยผู้วางนโยบายของรัฐหรือองค์กรของวอร์ชิงตันจำนวนมากได้กล่าวว่านั่นคือตัวอย่างสำคัญของการขยายอำนาจของประเทศคอมมิวนิสต์

ที่ปรึกษาในการทำศึกของ PRC(สาธารณะประชาชนจีน) ได้เริ่มทำการส่งเสริม Viet Minh ในเดือนกรกฏาคมปี 1950.ไม่ว่าอาวุธ, ทักษะความรู้,และ กรรมกร ซึ่งต้องการจะเปลี่ยนกองกำลัง Viet Minh จากกำลังเสื้อขาด รองเท้าปากแตก ลิ้นห้อย ฯลฯ เอาเป็นว่าไม่มีเครื่องแบบครบ 32 ว่างั้น........เฮ้อเรียขกสั้นๆก็ได้ว่าทหารกองโจร ให้เป็นกองทัพมีเครื่องแบบเป็นฝั่งเป็นฝาว่างั้นเหอะ
ในเดือนตุลาคม, อเมริกาได้สร้างกองทัพสำหรับให้การปรึกษานานาชนิดแก่เวียดนามใต้ (MAAG) เพื่อทำตามฝรั่งเศสที่ร้องขอการส่งเสริมอุปกรณ์, แนะแนวการรบและฝึกหน่วยรบกระทั่งปี 1954, อเิริกาได้ลงทุนลงแรงไปกับทหารนาวิก 300,000 นาย และลงทุนเงินไป 1000,000,000$ ในการส่งเสริมร่วมกับฝรั่งเศส แต่อเมริกาต้องแบกภาระจ่ายมากกว่าร้อยละ 80 ของการลงทุนทั้งหมด
Viet Minh ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจาก USSR และ PRC. PRC(หรือจีน) สนับสนุนได้จากตะเข็บชายแดนในปี 1950 เข้าไปในเวียดนามได้อย่างเผิดเผย. จนกระทั่งถึงการสู้รบ, หน่วยข่าวกรองสหรัฐได้รายงานให้อเมริกาทำให้อเมริกาสงสัยในเรื่องโอกาสที่จะเอาชนะเวียดนามของฝรั่งเศส
สมรภูมิ Dien Bien Phu คือเอกสารที่ชี้ชัดว่าฝรั่งเศสหมดสิทธ์และเริ่มไร้เขี้ยวเล็บในการปกครองและดูแลอินโดจีนเสียแล้ว. Viet Minh และหัวหน้ามือขวาของเขา Vo Nguyen Giap ได้ถล่มและอัดฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่องจนแพ้. ฝรั่งเศสได้ปฏิเสธข้อเสนอของอเมริกาที่ว่าให้ใช้นิวเคลียร์ทำลายวงล้อม และในวันที่ 7 เดือนพฤษภาคม ปี 1954, กองกำลังทหารฝรั่งเ้ศสได้ยอมแพ้ ณ Geneva การประชุมว่าฝรั่งเศสได้เจรจาต่อรองว่าจะไม่รุกรานต่อกันกับ Viet Minh. เอกราชได้ถูกประกาศให้แก่กัมพูชา ลาว และเวียดนาม

ยุทการณ์รุกฆาตเต็ด(Tet)
กองกำลังของWestmorelandได้บุกเข้าไปในอาณาเขตของเวียดนามเหนือเข้า Khe Sanh ในหมู่บ้าน Quang Tri ในเดือนมกราคมปี 1968, หน่วย PVA และหน่วย NLF ได้แหกกฏปการสงบศึกซึ่งเป็นประเพณีตั้งแต่เก่าก่อนเรียกว่าเทศกาล Tết (การขึ้นปีใหม่ของประจันทร์) ได้อาศัยจังหวะนี้ในการบุกเข้าโจมตี เมืองนับ100ถูกโจมตีโดยไร้ซึ่งการป้องกันของฐานทัพ Westmorelandและสถานฑูตอเมริกาประจำไซง่อน
กองกำลัง U.S. และกองกำลัง เวียดนามใต้ได้ถูกตีคืนด้วยการโจมตีเต็มกำลัง ได้มีการมอบบำเหน็จบำนานแด่ NLF.และเมืองหลวง Huế, การรวมกลุ่มของทหารของ NLF และ NVAได้ทำการยึดป้อมปราการและเมืองหลายๆส่วน

วันที่10 พฤษภาคมปี 1968, ชัยชนะที่ลิบหลี่ความพ่ายแพ้แลพกดดันเริ่มดังก้องขึ้นทุกทีอเมริกจึงทำหนังสือยอมแพ้ส่งเรื่องไปยังเวียดนามเหนือ. การเจรจายืดเยื้อไป 5 เดือน จนกระทั่งจอห์นสันไดเ้หยุดทิ้งระเบิด. การเจรจาจึงแล้วเสร็จ, ประฐานาธิบดี Hubert Humphrey, ได้ทำการโต้วาทีกับพรรประชาธิปัต(อเมริกานะ) ซึ่งมี ประฐานาธิบดีในสมัยนั้นRichard Nixon. ซึ่งนิซอนได้เสนอแนะ
เขาในเรื่องไฟฟ้า และประกันว่าจะให้ข้อเสนอที่ดีและเยอะกว่าไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะหมดวาระเสียก่อน

สงครามนี้ได้สร้างความสูญเสียให้กับทั้งฝ่ายนั้นมากอย่างใหญ่หลวง เวียดนารมเหนือและใต้รวมกันประมาณ 3ถึง4 ล้าน, ลาวและเขมรประมาณ 1.5-2 ล้าน และอเมริกาสูญเสียนาวิกโยธิน 58,159



รายการบาดเจ็บและสูญเสีย





เวียดนามใต้ 220,357 เสียชีวิต 1,170,000 บาดเจ็บ




สหรัฐอเมริกา 58,159 เสียชีวิต 2,000 หายสาปสูญ; 303,635 บาดเจ็บ





เกาหลีใต้ 4,960 เสียชีวิต; 10,962 บาดเจ็บ





ประเทศไทย 1,351 เสียชีวิต




ออสเตรเลีย 520 เสียชีวิต 2,400 บาดเจ็บ




นิวซีแลนด์ 37 เสียชีวิต; 187 บาดเจ็บ

เสียชีวิตทั้งหมด: 285,831
บาดเจ็บทั้งหมด: ~1,490,000





เวียดนามเหนือและกองกำลังเวียดกง 1,176,000 เสียชีวิต/หายสาปสูญ 600,000+ บาดเจ็บ





ีจีน 1,446 เสียชีวิต; 4,200 บาดเจ็บ




Soviet Union 16 dead

เสียชีวิตทั้งหมด: ~1,177,446
บาดเจ็บทั้งหมด: ~604,000+








Vietnam war propaganda of US side

Tuesday, April 14, 2009

Biography of Ghengkis khan


เมื่อ เจ็งกีสข่านตายนั้น จักรวรรดิมองโกลกว้างใหญ่มาก จนกล่าวกันว่าถ้าควบม้าจากชายแดนด้านหนึ่งไปสุดอีกด้านหนึ่งต้องใช้เวลาถึง หนึ่งปีดินแดนเหล่านี้ลูกชายทั้งสี่ของ

เจ็งกีสข่านคือโจจิ ซาเฮอไถ วอเคอไต และเซลุย ได้แบ่งกันครอบครองต่อมา
โจจิและสายสกุล * โจจิเป็นลูกชายคนโตของเจ็งกีสข่าน (แต่ตามความจริงแล้วเป็นลูกของพวกเมอร์คิทที่ติดท้องผู่เอ๋อร์เถี่ยมา) ก่อนที่เจ็งกีสข่านจะยกทัพใหญ่ไปปราบดินแดนวาซือจือมอ มีผู้เสนอให้เจ็งกีสข่านตั้งทายาทสืบตำแหน่งไว้ โจจิกับซาเฮอไถทะเลาะกันเพราะเรื่องแย่งชิงตำแหน่งนี้ เซลุยเสนอชื่อพี่ชายคนที่สาม ในที่สุเจ็งกีสข่านแต่งตั้งวอเคอไตเป็นรัชทายาท เมื่อบิดาตายวอเคอไตจึงได้ตำแหน่งมหาข่านเป็นประมุขของชาวมองโกลและดินแดน ที่อยู่ใต้อำนาจมองโกลทั้งหมดแต่แบ่งเขตแดนให้พี่น้องไปเป็นข่านปกครองต่อ มา.-
เขตปกครองจองโจจิเรียกว่าอาณาจักรซินชาข่าน ปัจจุบันอยู่ในสหภาพโซเวียตแถบทะเลสาบ Aral เรื่อยมาไปจนถึงลุ่มแม่น้ำวอลก้าของรัสเซียในยุโรป โจจิเป็นข่านอยู่ไม่นานก็ตายเมื่ออายุเพียง 49 ปี มีลูกสิบกว่าคนลูกชายคนรองชื่อ ป๋าตู สืบนำแหน่งต่อมา ได้ขยายอาณาจักร ชินชาข่านออกไปอีกมาก จนชาวยุโรปรู้จักดีในนามอาณาจักรกระโจมทอง


ปี พ.ศ. 1780 เมืองขึ้นของจักรวรรดิมองโกลแถยโซเวียตรุสเซียหลายเมืองเป็นกบฏ วอเคตอไตมหาข่านบัญชาให้หลานคนโตจของเจ็งกีสข่านทั้งสี่สายสกุลยกทัพร่วมกัน ไปปราบ ป๋าตูได้เป็นแม่ทัพใหญ่ มองโกลปราบกบฏได้อย่างรวดเร็ว บุกยึดได้กรุงมอสโคว์ แล้วป๋าตูแบ่งทัพออกเป็นสามสายแยกกันไปตียุโรป ยึดยุโรปตะวันออกได้ทั้งหมด ตีทัพผสมของเยอรมันกับโปแลนด์และทัพฝรั่งเศสกับพันธมิตรพินาศย่อยยับพวก มองโกลตัดหูเชลยศึกร้อยเป็นพวง สร้างความหวาดผวาให้แก่ชาวยุโรปมาก ทัพมองโกลทั้งสามสายบรรจบฉลองชัยชนะกันที่แม่น้ำดานูบ แล้วบุกเข้าประชิดเมืองเวนิสของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holly Roman Empire) เผอิญวอเคอไตมหาข่านตาย ทัพมองโกลจึงยกกลับรวมเวลาบุกยุโรปอยู่ 6 ปี
ถ้าวอเคอไตไม่ตายยุโรปทั้งทวีปอาจตกอยู่ใต้อำนาจมองโกลก็ได้เพราะการรบครั้ง นั้นมองโกลเอาดินปืนของจีนไปประดิษฐ์เป็นปืนไฟอย่างหยาบๆทำให้ทหารยุโรปตื่น กลัว ปืนไฟในครั้งนั้น เป็นแรงดุงดูดให้ชาวตะวันตกอย่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ส่งฑูตมาดูงานทหารของมองโกลถึงกรุงคาราโครัมในระยะต่อมา
หลังบุกยุโรปครั้งนี้แล้ว อาณาจักรชินชาข่านขยายออกไปอีกมากประมุขมองโกลของอาณาจักรนี้ได้ยึดครองดิน แดนของโซเวียตรุสเซียต่อมาอีกช้านาน จนถึงสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช รุสเซียจึงตีชิงแว่นแคว้นเหล่านี้ไปได้ ดินแดนแถบชายฝั่งทะเลดำนั้นมองโกลสามารถปกครองมาได้จนถึง พ.ศ. 2316
ซาเฮอไถและสายสกุล * ซา เฮอไถเป็นคนอารมณ์ร้ายมุทะละแต่เข้มแข็งเด็ดขาด แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง ตัดสินปัญหาได้เที่ยงตรงยุติธรรม จึงได้เป็นที่ปรึกษาแก้ปัญหาสำคัญให้วอเคอไตน้องชายผู้เป็นมหาข่านอยู่เสมอ
ซาเฮอไถได้ปกครองดินแดนแถบซินเกียง อัฟกานิสถานและบางส่วนของโซเวียตรุสเซียในปัจจุบัน เรียกรวมกันว่าอาณาจักรซาเฮอไถข่าน ลูกชายคตนโตของซาเฮอไถ ชื่อ มู่ถูเกินเป็นหลานที่เจ็งกีสข่านรักที่สุดแต่ไปตายเสียคราวจีเมืองสะมาระกัน เป็นเหตุให้เจ็งกีสข่านแค้นมากเมื่อตีเมืองนี้ได้จึงสั่งฆ่าคนหมดเมือง ลูกชายของมูถูเกินชื่อปู้หลี่ ภายหลังถูกป๋าตูฆ่าตาย


วอเคอไตและสายสกุล* วอเคอไตได้เป็นมหาข่านเพราะการสนับสนุนของเซลุย – และซาเฮอไถ ภายหลังได้รับชื่อตามประเพณีว่าหงวนไท้จง (หยวนไท่จง) ฮ่องเต้ วอเคอไตเป็นคนสุขุม ฉลาดรอบคอบมนุษย์สัมพันธ์ดี ซื่อสัตย์ยุติธรรม ดินแดนปกครองที่แท้จริงของวอเคอไต คือจีนภาคเหนือและบางส่วนของโซเวียตรุสเซีย อันแป็นปริมณฑลรอบๆดินแดนมองโกลแท้ เรียกรวมกันว่า อาณาจักรวอเคอไตข่าน แต่ประมุขของอาณาจักรนี้มีฐานะเป็นมหาข่านของจักรวรรดิมองโกลทั้งหมด ในรัชกาลนี้ทัพมองโกลบุกตีโซเวียตรุสเซียและยุโรปตะวันออกได้ทั้งหมดดัง กล่าวแล้วข้างต้น
เมื่อ วอเคอไตตายที่ประชุมเลือกลูกชายคนโตของวอเคอไตชื่อกุ้ยหยิวเป็นมหาข่านสืบ ต่อมา แต่อยู่ในตำแหน่งเพียงสามปีก็ตาย จากนั้นตำแหน่งประมุขรวมของจักร์วรรดิ์มองโกลตกแก่สายสกุลยองเซลุยลูกชายคน ที่สีของเจงกีสข่านไปตลอด
เซลุยและสายสกุล *กิมย้งกล่าวถึงเซลุยไว้ในเรื่องมังกรหยกว่าสาบานเป็นพี่น้องกันกับก๋วยเจ๋งหนีรอดจากการจับกุมตัวของเจ็งกีสข่าน


เซลุยเป็นลูกชายคนที่เจ็งกีสข่านรักมากที่สุด เรียกว่า ‘ลูกเคียงกาย’ ได้รับใช้ใกล้ชิดพ่ออยู่ตลอดเวลาอีกทั้งเป็นคนฉลาดหลักแหลม บริหารงานเก่ง จึงเป็นที่รักเคารพของแม่ทัพนายกองทั้งหมด เมื่อเจ็งกีสข่านตายเซลุยได้รับกองทหารที่แกร่งกล้าเจนศึกที่สุดของพ่อ และเป็นลูกคนเดียวที่รักษาการอยู่ในดินแดนมองโกลแท้จึงเป็นคนกุมอำนาจที่แท้ จริง
ตามประเพณีของมองโกลประมุขต้องมาจากการเลือกตั้ง แม้ วอเคอกไตจะเป็นรัชทายาทอยู่ แต่ตัวเองและที่ประชุมกลับเลือกเซลุยเป็นประมุขต่อจากเจ็งกีสข่าน ทว่าเซลุยเป็นคนกตัญญูและเห็นการณ์ไกลจึงยืนยันขอทำตามคำสั่งบิดา ให้วอเคอไตเป็นมหาข่านที่ประชุมอนุมัติ ตัวเซลุยเองได้ปกครองดินแดนมองโกลแท้ ยังคงมีอำนาจจริงอยู่ในมืออย่างเต็มที่วอเคอไตเกรงใจมาก กิจการสำคัญของบ้านเมืองล้วนมอบให้เซลุยเป็คนตัดสินใจ และยกย่องให้เป็น ผู้กำกับราชการแผ่นดิน
แต่เซลุยเป็นคนกตัญญูอย่างแท้จริงคนหนึ่งเมื่อมองโกลพิชิตไต้กิมก๊กตีได้ กรุงปักกิ่งเมืองหลวงของพวกกมแล้ว วอเคอไตป่วยหนัก พูดไม่ได้พ่อมดประจำเผ่าทำนายว่าเพราะทัพมองโกลฆ่าชายแมนจูมากเทพยาดาฟ้าดิน จึงลงโทษ ต้องให้ญาติสนิทของมหาข่านคนหนึ่งรับโทษแทน เซลุยพูดกับพ่อมดว่า “ ข้ารับปากพ่อว่าจะช่วยพี่วอเคอไตเต็มความสามารถฉะนั้นข้ายินดีตาย แทนพี่ ท่านทำพิธีเถอะ” พ่อมดจึงทำพิธีพลีกรรมแล้วเอาน้ำมนต์ให้เซลุยกิน เซลุยฝากฝังลูกเมียกับวอเคอไตได้ไม่นานก็ตาย และอาการป่วยของวอเคอไตก็หายจริงๆ กิมย้งวิจารณ์ว่านี่อาจจะเป็นแผนของวอเคอไต แต่พระราชพงศาวดารราชวงศ์หยวนสรรเสริญเซลุยมาก
เซลุยเป็นดั่งเทพเจ้าของชาวมองโกล วอเคอไตก็ซาบซึ้งน้ำใจมากสั่งการไว้ว่าถ้าตนตายแล้ว ขอมอบนำแหน่งมหาข่านให้แก่ลูกชายคนโตของเซลุย แต่พอถึงเวลาจริงที่ประชุมกลับมอบตำแหน่งให้กุ้ยหยิวซึ่งอยู่ในตำแหน่งเพียง สามปีก็ตาย
ชนชั้นหัวหน้าของมองโกลได้ประชุมเลือกประมุขกันในอาณาจักรชินชาข่าน ลงมติให้เชิญป๋าตู ลูกชายของโจจิเป็นมหาข่านคนต่อไปเพราะ มีอาวุโสสูงสุดและแกล้วกล้าสามารถในการศึกษาสงครามมากเคยนำทัพลุยยุโรปมา แล้วแต่ป๋าตูเป็นคนฉลาด รู้ดีว่าพวกสายชาเฮอไถและวอเคอไตไม่ยอมรับตนอย่างจริงใจ จึงหนุนให้เหมิงเกอลูกชายคนโตของเซลุยรับตำแหน่งแทนตน ที่ประชุมยอมรับ เมียของกุยหยิวค้านว่า การประชุมเลือกประมุขตามประเพณีต้องทำในดินแดนมองโกลแท้ ป๋าตูจึงให้เปิดประชุมใหม่ในปีถัดไปที่แดนมองโกลแท้ทางภาคตะวันออก แต่ได้ให้น้องชายยกทัพไปคุมเชิงอยู่ ตัวเองคุมทัพอีกกองหนึ่งเตรียมพร้อมอยู่ที่อาณาจักรชินชาข่าน กองทัพของสายสกุลโจจิ และสายสกุลเซลุยเข้มแข็งที่สุด ป๋าตูและเหมิงเกอสนิทสนมกันมากตั้งแต่ครั้งไปตียุโรป พวกสายวอเคอไตและชาเฮอไถเห็นว่าไม่มีทางคานอำนาจได้ต้องยอมรับ เหมิงเกอเป็นมหาข่านในการปรชุมครั้งที่สองอีก
เหมิงเกอได้ชื่อกษัตริย์ตามประเพณีจีนว่าหวงนเหียนจง (หยวนเสวียนจง) ฮ่องเต้เป็นประมุขที่มีปรีชาสามารถมากคนหนึ่งของมองโกลชั่วเวลาเก้าปีที่ เป็นมหาข่านอยู่ตีได้ทิเบต น่านเจ้า เกาหลี อินเดียตอนเหนือ อิหร่าน อิรัค และตะวันออกกลางทั้งหมด แต่มาได้รับบาดเจ็บคราวตีเมืองจุงกิง (ฉงซิ่ง) ในมณฑลเสฉวน จนถึงแก่ความตาย
พอเหมิงเกอข่านตาย กุบไลลูกชายคนที่ 4 ของเซลุยและอาลีปุ๊เกอลูกชายคนที่ 7 ของเซลุยแย่งชิงอำนาจกัน ในที่สุดต้องยอมแพ้พี่ กุบไลข่านเป็นข่านได้ยี่สิบปีจึงพิชิตราชวงศ์ซ้อง ยึดครองจีนได้ทั้งหมดเมื่อ พ.ศ. 1822 เฉลิมพระนามตามประเพณีจีนว่าหงวนสีโจ๊ว (หยวนสื้อจู่) ฮ่องเต้และถวายพระนามแบบจีนให้กษัตริย์มองโกลตั้งแต่เจ็งกีสข่านลงมาทุก พระองค์








กุบไลข่านเป็นกษัตริย์มองโกลที่มีพระปรีชาสามารถมากที่สุด ขยายอาณาเขตออกไปอีกอย่างกว้างขวาง ตีได้ ญวน จามปา พุกามและยกทัพใหญ่ไปตีญี่ปุ่น มีไพร่พลถึงสองแสนคน แต่ชาวมองโกลไม่ชำนาญเรื่องทะเล ยกทัพผิดฤดูกาล กองทัพจึงถูกลมไต้ฝุ่นตายหมด เป็นการพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่เพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของมองโกหลตั้ง แต่ยุคเจ็งกีสข่านไปจนถึงกุบไลข่านแต่แพ้ภัยธรรมชาติไม่ใช่แพ้ฝีมือศัตรู กิมย้งวิจารณ์ว่าถ้ากุบไลข่านรอเวลาให้พ้นฤดูไต้ฝุ่นอีกเพียงสองเดือนก็จะ ยึดครองญี่ปุ่นได้อย่างแน่นอนกุบไลข่านอายุยืน ตายเมื่ออายุ 80 ปี

ลูกชายคนที่หกของเซลุยชื่อสี้เลี่ยววู่ เป็นผู้นำทัพมองโกลบุกตะวันตกเป็นครั้งที่สาม ครั้งแรกเจ็งกีสข่านเป็นผู้นำตีได้ซินเกียงและรัสเซียบางส่วน ครั้งที่สองป๋าตูเป็นคนนำ ตีรัสเซียได้ทั้งหมดถึงกรุงมอสโคว์และยุโรปตะวันออก
การบุกตะวันตกครั้งที่สามเกิดจากพวกอิสลามนิกาย Assassin เป็นต้นเหตุ พวกนี้ส่งมือสังหารมาก่อการร้ายในจักรวรรด์มองโกลแถบอัฟกานิสถาน และรอบๆทะเลสาบแคสเปี้ยนอยู่เสมอๆ เหมิงเกอข่านจึงส่งสี้เลี่ยววู่น้องชายคนที่หกยกทัพไปปราบ

Assasin sample picture

พวกอิสลามเป็นนักรบชั้นเยี่ยมพวกหนึ่ง สถาปนาจักรวรรดิมุสลิมขึ้นได้ในช่วงที่ราชวงศ์ถังปกครองจีนเข้ายึดครองกรุง เยรูซาเล็ม จนเกิดสงครามครูเสดถึงร้อยกว่าปี กษัตริย์ในยุโรปยกทัพผสมของพวกคริสต์มาตีกรุงเยรูซาเล็มคืนถึงแปดครั้งก็ไม่ สำเร็จ แต่สี้เลี้ยววู่ นำทัพมองโกลออกปราบเพียงครั้งเดียว ก็ทำลายศูนย์กลางของพวกมุสลิมนิกาย Assassin ย่อยยับและบุกตีต่อได้กรุงแบกแดดอันเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิ์มุสลิมกาหลิบ แห่งเมืองแบกแดดถูกจับได้พร้อมทรัพย์สินมากมาย สี่เลี้ยววู่ สั่งให้กาหลิบกินทรัพย์สมบัติเหล่านั้นต่างข้าวจนอดตายไปเจ็ดวันต่อมา ทัพมองโกลตีได้อิรัก ซีเรีย ตุรกี และเอเชียตะวันตกทั้งหมด พวกมุสลิมหนีไปรวมกันที่อียิปต์ ทำให้อียิปต์เป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลามต่อมา ทัพมองโกลกำลังจะบุกต่อ พอดีมีข่าวแจ้งมาว่าเหมิงเกอข่านตายการบุกอียิปต์จึงยุติลง ส่วนด้านยุโรปนั้นทัพมองโกลบุกยึดได้ถึงเกาะไซปรัส

สี้เลี่ยววู่รวบรวมดินแดนแถบตะวันออกกลางและเอเชียตะวันตกทั้งหมด ตั้งแต่อิหร่านไปจนถึงตุรกีสถาปนาเป็นอาณาจักร์อีเอ๋อร์ข่านโดยตนเองเป็นผู้ ปกครองเป็นอิสระจากจักรวรรดิ์มองโกล – จีนของกุบไลข่านและส่งทูตไปขอราชธิดาของจักรพรรดิแห่งโรมันตะวันออก จักรพรรดิโรมันตะวันออกไม่กล้าปฏิเสธ แต่ส่งธิดาซึ่งเกิดกับสามัญชนชื่อมาเรียมาให้เมื่อมาถึงสี้เลี้ยววู่ตายแล้ว อาปาเธอลูกชายจึงได้นางแทนพ่อ เจ้าหญิงมาเรียเป็นผู้นำคริสต์ศาสนามาเผยแพร่ในอาณาจักรอีเอ๋อร์ข่านและเป็น สะพานเชื่อมสัมพันธไมตรีของอาณาจักรนี้กับอาณาจักรต่างๆในยุโรปถึงขั้นส่ง ทูตไปมาถึงกันอยู่ตลอดเวลา
ลูกสาวของเจ็งกีสข่าน* เจ็ง กีสข่านมีลูกสาวหลายคน คนหนึ่งชื่ออาหลาไห่เบี๋ยจี๋ เป็นหญิงสาวที่ปรีชาสามารถมาก ทุกครั้งที่เจ็งกีสข่านออกสงครามใหญ่ เช่นคราวปราบ วาซือจือมอ ลูกชายทั้งสี่ตามไปในกองทัพหมด จึงมอบหมายให้ลูกสาวคนนี้เป็น “ผู้สำเร็จราชการ” เธอก็บริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเรียบร้อยแม้งานฝ่ายทหารขุนพลมูวาลี ผู้อยู่ป้องกันรักษาดินแดนมองโกลมีปัญหาใดก็จะขอคำแนะนำจากเจ้าหญิงองค์นี้ เสมอลูกสาวเจ็งกีสข่านอีกคนหนึ่งชื่อ ปู่อี้เซ่เคอ บิดายกให้หัวหน้ามองโกลกลุ่มหนึ่ง หัวหน้าคนนั้นเห็นว่านางรูปร่างไม่สวยจึงไม่ยอมรับ เจ็งกีสข่านโกรธมากสั่งให้ประหารชีวิตหัวหน้าคนนั้นทันที กิมย้งอาจเอาเรื่องเจ้าหญิงสององค์นี้มาดัดแปลงแต่งเป็นตัววาเจนกงจู้ขึ้นก็ ได้

Wednesday, April 1, 2009

Chinese infantry uniform







To sharp,and intelligent. Help me to be like that too

Thursday, March 26, 2009

Unit 731 present day


ที่นี่คือสถานที่ๆเกือบร้อยทั้งร้อยใครที่เข้า่ไปจะไม่มีทางได้หลุดออกมาเป็นอันขาด

สองเตานี้ได้ใช้เผาสิ่งที่พวกเขาเรียกรวมๆว่า...............หนูทดลองวันละหลายสิบคน
แน่นอนสัปเหร่อแก่เผาแทบไม่ทัน เพราะมาครั้งละมากกว่า10ไม่เว้นแต่ละวัน

เหมือนกัน พวกเขาถูกทดลองทุกชนิดที่นึกออกเช่น เอาตัวเข้าเผาผิง แช่แข็ง เก็บตัวอย่างอะไหล่ใว้ต่อกรณีที่คุณแขนด้วน

พวกเขาอยู่กันแบบค่อนข้างสบายอยู่ดีกินดี แต่ถ้าคุณถูกเลือก คุณก็อาจจะ้เป็นหนูทดลองที่โชคดีแรงกดดันก็ได้นะ
คุณก็อาจจะ้เป็นหนูทดลองที่โชคดีกว่าที่คุณได้ไปเร็วกว่าคนอื่นที่ต้องมาดูว่า ใครคือคนต่อไป

ที่นี่คือ ยูนิต731 ในปัจจุบัน
แต่นี่คือผลงานของพวกเขา