Can't find it? here! find it

Showing posts with label HISO. Show all posts
Showing posts with label HISO. Show all posts

Friday, July 24, 2009

Mafia=เปิดตำนานมาเฟีย

http://tech2.in.com/media/images/2007/Aug/img_18741_mafia2.jpg
คราวนี้ผมขอเลิกพูดถึงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง แล้วมาพูดถึงตำนานกลุ่มองค์กรนี้

ภาพ:Charles Lucky Luciano.jpg

ชาร์ลส์ "ลัคกี้" ลูเชียโน่ หัวหน้ามาเฟียของนครนิวยอร์ก (พ.ศ. 2440 - 2505)

เมื่อ เร็วๆนี้ คำว่า มาเฟีย ได้กลายมาเป็นคำที่ชาวไทยเราได้ยินกันจนชินหู หลังจากมีข่าวเกี่ยวกับ มาเฟียโบ๊เบ๊ รวมไปถึงมาเฟียในอีกหลายแห่งทั่วประเทศไทยเรา กระนั้น เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่อาจจะยังไม่รู้แน่ชัด ถึงที่มาของคำที่ฟังดูช่างดูทรงอำนาจและน่ากลัวอย่าง มาเฟีย และวันนี้คอลัมน์ WEST ของเราก็จะพาคุณผู้อ่านไปร่วมผจญภัยในโลกแห่งมาเฟียกัน

มาเฟีย ชื่อนี้มีที่มา
มาเฟีย โดยดั้งเดิมแล้ว คือชื่อเรียกของกลุ่มพันธมิตรแบบหลวมๆในซีชีลี ซึ่งในยุคกลางพวกเขาได้รวมพลังกันเพื่อต่อต้านชาวเติร์กและชาวนอร์มัน จนในภายหลังได้กลายเป็นชื่อเรียกองค์กรลับต่างๆในอิตาลี สำหรับที่มาของคำว่า มาเฟียนั้น ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร เนื่องจากมีเรื่องเล่าถึงที่มาที่หลากหลายแตกต่างกันไปเหลือเกิน โดยความเชื่อแรกนั้นว่ากันว่า มาเฟีย มีที่มาจากคำคุณศัพท์คำว่า Mafiosoในภาษาอิตาลีซึ่งใช้เรียกสมาชิกในกลุ่มอิทธิพล โดย Mafioso มีความหมายว่า ชายแห่งเกียรติยศ เริ่มใช้กันในศตวรรษที่ 18 โดยเดิมทีนั้น คำว่า มาเฟียเป็นคำที่มีความหมายแสดงถึง ความสวยงาม ความยอดเยี่ยม และความสมบูรณ์แบบ ก่อนที่จะกลายเป็นคำที่หมายถึงองค์กรอาชญากรรมอย่างในปัจจุบัน

นอก จากนั้น ยังมีการสันนิษฐานกันว่า มาเฟีย อาจจะมาจากคำขวัญที่ว่า Morte Alla Francia Italia Anela ที่มีใจความว่า ความตายของคนฝรั่งเศสคือการร่ำไห้แห่งอิตาลี โดยเป็นการนำอักษรตัวแรกของแต่ละคำมารวมไว้เข้าด้วยกัน ซึ่งผู้ที่อ้างถึงที่มาอันนี้ก็คือ อดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ในสหรัฐฯ ดอน โยเซฟ โบนันโน ผู้ที่เล่าว่าคำขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 1282 เมื่อชาวซีชีลีได้ลุกฮือต่อต้านฝรั่งเศส

โบนันโนเล่าว่า ในตอนนั้นมีทหารฝรั่งเศสคนหนึ่งไปข่มขืนเด็กสาวชาวซิซิลี และเมื่อแม่ของเด็กรู้เรื่องเข้า จึงวิ่งออกไปบนถนนในเมืองปาเลร์โม พร้อมกับร่ำไห้เป็นภาษาอิตาลีว่า ma fia ซึ่งมีความหมายว่า ลูกสาวของฉัน ด้วยเหตุนี้ บรรดาชายหนุ่มในเมืองปาเลร์โมจึงรุมสังหารทหารฝรั่งเศสนายนั้นเพื่อล้างแค้น

ส่วน ที่มาสุดท้ายก็คือ ทฤษฎีที่มีความเก่าแก่มากที่สุด โดยแนวความคิดนี้เชื่อกันว่า มาเฟียเเพี้ยนเสียงจากคำในภาษาอาหรับที่ว่า mu afah โดย mu มีความหมายว่า ความแข็งแรง หรือเครื่องป้องกัน ส่วน afah มีความหมายว่า คุ้มครอง หรือป้องกัน เมื่อรวมกันแล้วจึงเป็นคำที่สื่อถึงความหมายในการให้ความคุ้มครองแก่บรรดา สมาชิก เพราะในศตวรรษที่ 9 นั้น ซีชีลีอยู่ภายใต้การปกครองครองของกองกำลังอาหรับที่กดขี่ และชาวซีชีลีจึงจำต้องเข้าไปหลบตามเขา ต่อมา ชาวซีชีลีจึงได้รวมตัวกันจัดตั้งองค์กรลับขึ้น

อิตาลี แหล่งกำเนิดมาเฟีย

ใน อิตาลีอันเป็นต้นกำเนิดของมาเฟียนั้น กลุ่มองค์กรอาชญากรรมอย่างมาเฟียได้ปรากฏอยู่มาเป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว แต่จะแตกต่างกันไปตามท้องที่และยุคสมัย จนกระทั่งถึงช่วงทศวรรษที่ 1950 มาเฟียที่เคยมีฐานอยู่ตามชนบทได้กระจายตัวออกไปตามเมืองใหญ่ต่างๆ ก่อนจะกลายมาเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ประกอบธุรกิจมืดต่างๆ เช่น การค้ายาเสพติด และค้าโสเภณี และมาเฟียในแบบฉบับของอิตาลีนั้น จะทำกันเป็นครอบครัวหรือเครือญาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเกาะซีชีลี ของอิตาลี และเมืองใหญ่อื่นๆในอิตาลี

กระนั้น ในช่วงที่อิตาลีอยู่ใต้การปกครองระบอบเผด็จการฟาสซิสต์นั้น เซซาร์ โมรี ผู้ปกครองเมืองปาเลร์โมก็ได้ใช้กำลังปราบบรรดามาเฟีย จนทำให้บรรดาสมาชิกมาเฟียถูกคุมขัง บ้างก็หนีออกไปนอกประเทศ โดยส่วนใหญ่หนีไปที่สหรัฐฯ และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯยกกำลังบุกอิตาลีและเกาะซีชีลีเมื่อปี 1943 นั้น สหรัฐฯเองก็ได้ใช้ประโยชน์จากบรรดามาเฟียที่ถูกขังคุกอยู่ในสหรัฐฯในการช่วย เบิกทาง และภายหลังจากชนะสงคราม บรรดามาเฟียเหล่านี้ก็ได้รับการตอบแทนจากสหรัฐฯด้วยการส่งตัวกลับประเทศ และกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในยุคหลังเผด็จการ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 นั้น ได้เกิดการต่อสู้ฆ่าฟันกันระหว่างกลุ่มต่างๆอยู่บ่อยครั้ง ทำให้บรรดามาเฟียที่มีชื่อเสียงถูกสังหารไปเป็นจำนวนมาก และเมื่อมาเฟียรุ่นเก่าจากไป มาเฟียรุ่นใหม่จึงเกิดขึ้นตามมา มาเฟียในรุ่นหลังนี้มักจะเป็นกลุ่มระดับ พนักงานคอปกขาว (White collar) แทน จนสื่อในอิตาลีได้พากันเรียกมาเฟียยุคใหม่นี้ว่า La Cosa Nuova ที่มีความหมายว่า สิ่งใหม่

ล่าสุด จากการเปิดเผยขององค์การค้าชั้นนำในอิตาลีนั้นระบุว่า 20 % ของธุรกิจทั้งหมดในอิตาลีนั้น ถูกควบคุมโดยมาเฟีย และมีผลตอบแทนต่อปีสูงถึง 133,000,000,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GNP) โดยบรรดามาเฟียจะเอาผลกำไรที่ได้มานี้ ไปลงทุนต่อในธุรกิจเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ คลินิก บ้านพักคนชรา ซูเปอร์มาร์เกต โรงแรม และร้านอาหาร

มาเฟีย ในอิตาลีนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของการเข้าไปมีอิทธิพลในสถาบันการเมือง และข้าราชการต่างๆ ด้วยการติดสินบนผสมกับการสร้างความกลัวให้เกิดขึ้น ซึ่งผู้ที่ไม่ยอมตอบสนองความต้องการของมาเฟียก็มักจะจบชีวิตลง เช่น เมื่อปี 1992 ผู้พิพากษา เปาโล บอร์เซลลีโน และอัยการ จิโอวานนี ฟัลคอน ก็ถูกสังหาร โดยที่ทั้งสองคนต่างเป็นผู้ที่ต่อต้านมาเฟีย

บทสรุปแห่ง มาเฟีย

ปัจจุบัน นี้ มาเฟีย ไม่ได้อยู่แต่เพียงในอิตาลีเท่านั้น แต่อยู่ในหลายๆประเทศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐฯที่เป็นเป้าหมายของบรรดามาเฟียที่หลบหนีออกจากอิตาลี ในช่วงที่ถูกรัฐบาลเผด็จการกวาดล้างอย่างหนัก และจากวันนั้นจนถึงวันนี้มาเฟียอิตาลียังคงฝังตัวอยู่ทั่วสหรัฐฯโดยเฉพาะใน นครนิวยอร์กและชิคาโก โดยผ่านทั้งช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และตกต่ำ

กระนั้น ในอีกมุมหนึ่ง ปัจจุบันมาเฟียหาได้หมายถึงกลุ่มอาชญากรจากอิตาลีเท่านั้นเพราะเรานิยมเรียก กลุ่มอาชญากรขนาดใหญ่ทั่วไปว่ามาเฟียด้วยเช่นกัน เช่น มาเฟียรัสเซีย มาเฟียฮ่องกง มาเฟียโบ๊เบ๊ หรือแม้แต่กลุ่มมาเฟียตามโรงเรียนต่างๆทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ เราอาจจะกล่าวได้ว่า มาเฟียนั้นได้แทรกซึมตัวอยู่ในทุกหนทุกแห่ง แต่หากจะถามว่าต้นฉบับของมาเฟียนั้นมาจากที่ใด ก็คงจะตอบได้ว่าคือ มาเฟียแห่งเกาะซีชีลีของอิตาลีนั้นเอง


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วานนี้ (16 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ตำรวจอิตาลีปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มมาเฟียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์

ที่แคว้นปาแลร์โม และทัสคานี โดยจับกุมผู้ต้องสงสัยได้มากกว่า 100 คน โดยตำรวจ 1,200 นาย พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์และกองหนุนรวบตัวหัวหน้าและสมาชิกแก๊งมาเฟียในแคว้นปา แลร์โมบนเกาะซิซิลี และที่แคว้นทัสคานีได้ 100 คน ซึ่งกระทำผิดตั้งแต่เป็นสมาชิกแก๊งมาเฟีย ข่มขู่ ค้าอาวุธและยาเสพติด

ตำรวจระบุว่า เป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ หลังติดตามสืบสวนมานาน 9 เดือนเต็ม ซึ่งรวมถึงการดักฟังโทรศัพท์ด้วย

ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหวาดล้างบรรดาแกนนำมาเฟียในแคว้นปาแลร์โมบนเกาะซิซิลี ที่ต้องการจะฟื้นแก๊งมาเฟียชื่อดัง คอร์ซ่า นอสตร้า กลับมาอีกครั้ง ภายหลังจากที่นายแบร์นาโด โพรเวนซาโน หัวหน้าแก๊งถูกจับกุมได้เมื่อปี 2549 หลังจากที่หลบหนีการจับกุมมานานถึง 43 ปี

ส่งท้าย
บัญญัติ 10 ประการของสมาชิกแก๊งมาเฟียอิตาลี มีดังนี้
1.ไม่มีใครสามารถติดต่อพบปะตัวสมาชิกแก๊งโดยตรงได้ ต้องให้บุคคลที่สามเป็นผู้นำผู้ที่ต้องการเข้าพบมาเจอกับสมาชิกแก๊งเสมอ
2. ห้ามมองภรรยาของเพื่อนสมาชิก
3. ห้ามมีความสัมพันธ์กับตำรวจ
4. ห้ามไปผับและคลับบันเทิง
5. ต้องเตรียมพร้อมเสมอสำหรับการทำหน้าที่ แม้ว่าภรรยาใกล้จะคลอดลูก
6. ต้องไปตรงเวลานัดทุกครั้ง
7. ต้องปฏิบัติต่อภรรยาด้วยการให้เกียรติ
8. เมื่อถูกถาม ต้องตอบความจริงเท่านั้น
9. ไม่ควรใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย หากเงินนั้นเป็นของเพื่อนสมาชิกหรือเป็นของครอบครัวเพื่อนสมาชิก
10. บุคคลที่ไม่สามารถร่วมแก๊ง ได้แก่ ผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตำรวจ ผู้ที่ประพฤติตัวแย่และไม่เคารพศีลธรรม และผู้ที่มีญาติซึ่งคบชู้สู่ชายในครอบครัว"

บทสรุปแห่ง “มาเฟีย”

ปัจจุบันนี้ “มาเฟีย” ไม่ได้อยู่แต่เพียงในอิตาลีเท่านั้น แต่อยู่ในหลายๆประเทศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐฯที่เป็นเป้าหมายของบรรดามาเฟียที่หลบหนีออกจากอิตาลี ในช่วงที่ถูกรัฐบาลเผด็จการกวาดล้างอย่างหนัก และจากวันนั้นจนถึงวันนี้มาเฟียอิตาลียังคงฝังตัวอยู่ทั่วสหรัฐฯโดยเฉพาะใน นครนิวยอร์กและชิคาโก โดยผ่านทั้งช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และตกต่ำ

กระนั้น ในอีกมุมหนึ่ง ปัจจุบัน“มาเฟีย”หาได้หมายถึงกลุ่มอาชญากรจากอิตาลีเท่านั้นเพราะเรานิยม เรียกกลุ่มอาชญากรขนาดใหญ่ทั่วไปว่ามาเฟียด้วยเช่นกัน เช่น มาเฟียรัสเซีย มาเฟียฮ่องกง มาเฟียโบ๊เบ๊ หรือแม้แต่กลุ่มมาเฟียตามโรงเรียนต่างๆทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ เราอาจจะกล่าวได้ว่า มาเฟียนั้นได้แทรกซึมตัวอยู่ในทุกหนทุกแห่ง แต่หากจะถามว่าต้นฉบับของมาเฟียนั้นมาจากที่ใด ก็คงจะตอบได้ว่าคือ มาเฟียแห่งเกาะซีชีลีของอิตาลีนั้นเอง




Thursday, May 21, 2009

German tank:Pzkw VI Ausf B Tiger 2 or KingTiger



คิงไทเกอร์ รุ่นติดป้อมปืนแบบปอร์เช่ ที่ยกเลิกการผลิตไป
Pzkw VI Ausf B Tiger 2 or KingTiger แพนเซอร์ 6 อาส์ฟ บี ไทเกอร์สอง หรือ คิงไทเกอร์
เป็นสุดยอดรถถังที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในยุคนั้น โดยมีย้ำหนักกว่า70ตัน ไทเกอร์2 หรือคิงไทเกอร์ รถถังรุ่นนี้ได้ทำการออกแบบและผลิตในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี1942 หลังจากที่ไทเกอร์1 ออกสู่สมรภูมิได้ไม่นาน เนื่องจากการคาดการณ์ของเสนาธิการฝ่ายเยอรมันว่า โซเวียตกำลังผลิตรถถังที่ทรงอานุภาพมากๆขึ้น รถถังรุ่นนี้ก็ถูกผลิตโดยสองบริษัท เฮนเซล และปอร์เช่ แต่ก็ต่างกันที่ป้อมปืนเท่านั้น ช่วงล่างรถใช้เหมือนกัน แต่ป้อมปืนแบบปอร์เช่ก็ถูกผลิตออกมาเพียง50ป้อมเท่านั้น เพราะว่าส่วนโค้งด้านหน้าป้อมของปอร์เช่นั้นมีความหนา110มิลลิเมตร บางกว่าป้อมของเฮนเซลถึง70มิลลิเมตร และป้อมผ.บ.รถของปอร์เช่ที่ยื่นออกมานั้นมีเกราะที่บางมาก ซึ่งอันตรายมากหากถูกยิง จึงยกเลิกการผลิตป้อมแบบปอร์เช่ไป ให้ผลิตแต่ป้อมแบบเฮนเซลมาแทน
นอกจากเกราะที่หนาแล้ว คิงไทเกอร์ ยังติดปืนขนาด88มม. L71 ซึ่งมีอานุภาพสูงกว่าปืนต่อสู้รถถังทุกชนิดในยุคนั้น แต่จุดอ่อนก็คือ เครื่องยนต์ที่คิงไทเกอร์ใช้เป็นเครื่องยนต์แบบเดียวกันกับไทเกอร์1 เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่รับน้ำหนักมากกว่า จึงมีปัญหาการกินน้ำมันอย่างมาก( โดยกินน้ำมันถึง7ลิตรในการวิ่งระยะทาง1ลิโลเมตร ) และปัญหาการขัดข้องด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์รุ่นนี้ก็ถือว่าทรงอานุภาพที่สุด
ข้อมูลการรบเท่าที่มีการบันทึกไว้ คือข้อมูลของทหารสหรัฐในการรบที่ป่าอาร์เดนส์ ประเทศเบลเยี่ยม หรือที่เรียกว่าการรบแห่งบัลจ์ โดยคิงไทเกอร์ได้สร้างความตกตะลึงให้แก่ฝ่ายพันธมิตรอย่างมาก เพราะพวกเขาพบว่า ปืนใหญ่แทบทุกชนิดของฝ่ายพันธมิตร ไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆให้แก่คิงไทเกอร์ได้เลย แม้จะโจมตีด้วยเครื่องบินก็ตาม แต่ข้อมูลการรบของฝ่ายเยอรมันนั้นแทบจะไม่มีเลย นั่นก็เพราะมีข้อมูลที่เปิดเผยในช่วงหลังสงครามว่า ในช่วงปลายสงครามและเยอรมันใกล้จะแพ้ ศูนย์ยุทธการบกเยอรมันที่เมืองพอตส์ดัมส์ ได้เผาทำลายเอกสารข้อมูลและรูปถ่ายที่ได้มาระหว่างสงครามไปเกือบหมด รวมทั้งข้อมูลของคิงไทเกอร์ด้วย ซึ่งถ้าพิจารณาทฤษฏีนี้ ก็มีความเป็นไปได้สุงว่า ข้อมูลของคิงไทเกอร์นั้นได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว
ข้อมูล
หนัก--68-70ตัน(บางรุ่นอาจหนักถึง76ตัน)
 
ยาว--10.3เมตร
 
กว้าง---3.8-4.3เมตร
 
สูง--- 3.3เมตร

พลประจำรถ--5นาย
 
เกราะหนา--40-185มิลลิเมตร
 
อาวุธ----ปืนใหญ่ 88มม. L71 1กระบอก อาวุธรอง ปืนกล7.92มม. 3กระบอก(ปืนกลภาคพื้นMg-34จำนวน2กระบอก และปืนกลต่อสู้อากาศยานMG-42 จำนวน1กระบอก)
ความเร็ว---38-42กม./ชม.
พิสัยทำการ--- 170กิโลเมตร

Monday, February 23, 2009

Japanese kimono"collections"

My favorite collections of all the time











To sharp,and intelligent. Help me to be like that too

Thursday, November 13, 2008

History of clock


1. นาฬิกาเงาของอียิปต์ เมื่อประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสตกาล มี ความคลาดเคลื่อน 15 นาที ต่อวันเป็นนาฬิกาที่แบ่งเวลากลางวันเป็น 10 ส่วน กับยามสนธยาอีก 2 ส่วน

2. นาฬิกาน้ำของอียิปต์ เมื่อประมาณ 1,400 ปี ก่อนคริสตกาล คลาดเคลื่อนไม่เกิน 15 นาที ต่อวัน โดยอาศัยน้ำหยดออกจากรูข้างใต้ภาชนะ

3. นาฬิกาลูกตุ้มแฮร์ริสัน พ.ศ. 2269 คลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 วินาที ต่อเดือน มีก้านไม้ที่เคลื่อนไหวได้ติดแผ่นจานและล้อหมุนทีทำมาจากจานไม้โอ๊ค

4. นาฬิกาพก ต้นศตวรรษ 1900 คลาดเคลื่อนไม่เกิน 30 วินาทีต่อสัปดาห์ ใช้กำหนดตารางเวลาของรถไฟ

5. นาฬิกาควอร์ตซ์เครื่องแรก พ.ศ. 2470 เครื่องต้นแบบมีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 10 วินาทีใน 1 ปี นาฬิการุ่นหลัง ๆ คลาดเครื่อนไม่เกิน 1 วินาทีใน 3 ปี ทำงานโดยวัดการสั่นของผลึกแร่ควอร์ตซ์ที่เกิดจากการกระตุ้นของกระแสไฟฟ้า

6. นาฬิกาอะตอมแอมโมเนีย เครื่องแรก พ.ศ. 2492 คลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 วินาทีใน 5 ปี ทำงานโดยการวัดรีโซแนนซ์ของโมเลกุลแอมโมเนียเมื่อมีปฏิกิริยากับคลื่นไมโครเวฟ

7. นาฬิกาซีเซียมเครื่องแรก พ.ศ. 2498 คลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 วินาทีใน 100 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2510 มีการกำหนดเวลา 1 วินาทีเท่ากับ ความถี่รีโซแนนซ์ของอะตอมธาตุซีเซียม 9,192,631,770 รอบ

8. นาฬิกาข้อมือบูโลวา แอคคิวตรอน พ.ศ. 2503 คลาดเคลื่อน 1 นาที ต่อเดือน มีส้อมปรับการสั่นสะเทือนแทนที่จะใช้สปริงจิ๋วและล้อถ่วง กลไกนี้ยังมีใช้ในดาวเทียมเพื่อเป็นเครื่องบอกเวลาตัดสัญญาณด้วย

9. นาฬิกาเมเซอร์ที่ จำหน่ายเป็นครั้งแรก พ.ศ. 2508 คลาดเคลื่อน 1/6,000,000,000 วินาทีต่อวันความถี่ ของอะตอมไฮโดรเจน และเสถียรกว่านาฬิกาซีเซ๊ยม

10. ไซโก แอสตรอน พ.ศ. 2512 คลาดเคลื่อน 5 วินาทีต่อเดือน นาฬิกาข้อมือควอร์ตซ์เรือนแรกที่ผลิตมีหน้าปัดแบบเข็มครั้งแรกเรือนละ 1,250 ดอลลาร์

Saturday, September 20, 2008

1st time in the world

การสักผิวหนัง
ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่คิดวิธีการสักลวดลายต่าง ๆ ลงบนผิวหนัง การสักผิวหนังนี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตศักราชผู้ที่นิยมการสักผิวหนังมาก คือ
พวกนักรบ กาสักผิวหนังนี้ก็มีส่วนเกี่ยวพันกับความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์อภินิหาร และความเชื่อทางศาสนาด้วย
ต่อมาการสักได้แพร่เข้ามาในเอเชีย โดยเข้ามาในแถบทะเลใต้และเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 15 ได้มีนักเดินเรือชาวยุโรปแล่นเรือมาพบเข้า จึงนิยมสักผิวหนังกันในหมู่นักเดินเรือ คือ สักเป็นรูปแผนที่ เป็นสถานที่ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้พบมาระหว่างการเดินทางเป็นต้น
Japanese are the 1st time that invent the tattoo. Screening the skin. Particulary are the Samurai warrior. They are screening on the body about 15th century. influenced by the Shinto religion's believe.

Later those are spread into Asia by go into the southern sea. Later European have been into Japan. Mostly they wrote the map,event, and the place. that they've advantured, Or discovered.

Sunday, June 8, 2008

gas mask

"หน้ากากกันแก๊สสุดหรู"

หน้ากากกันแก๊สสุดไฮโซ
ดีไซน์และออกแบบโดย คุณ Diddo Velema ครับ
จริงมันแทบจะไม่ต่างจากหน้ากากกันแก๊สทั่วๆไปเลยนะครับแต่ที่มันไม่ธรรมดา เนื่องจากมันมีลวดลายที่เป็น pattern ของ Gucci หรือ Luis Vuitton
แถมที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มันเป็น หน้ากากกันแก๊สสุดหรู ก็คือ มันดันฝังเพชรซะด้วยอ่ะครับ...สุดหรูจริงๆ
ใครสนใจรายละเอียดมากกว่านี้ รอติดตามได้ในงาน Luxury Show 2008 ที่ บูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย ครับ
Hiso Gas mask
designed by Mr. Diddo Velema
Actually it doesn't different from casualty mask, But points are many pattern of Gucci, or Luis Vuitton. The main things are including the diamon also. Holy Hiso man
Interested!? go see at Luxury 2008 at Blukares in Romania.