Can't find it? here! find it

Showing posts with label got to know. Show all posts
Showing posts with label got to know. Show all posts

Saturday, February 13, 2010

ตอบคำถามวิชาประวัติศาสตร์

การ ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นอาจไม่มีกฏหมายหรืออะไำรรับรองได้แต่นั่น เป็นสมบัติของคนต่ำ มันสื่อถึงรากง่าวของบิดามารดาทุกท่านที่คิดจะคัดลอกบทความแปลผม

มีคนถามผมว่า


" ทำไมในแถบตะวันออกไกล ทำไมฝรั่งมันถึงชอบดูถูก จีน(ยังไม่เท่าไร) เกาหลี แต่ทำไมญี่ปุ่น มันกลับยกยอแบบเสมอภาค

ผมเห็นประเทศจีนพยายามทุกวิถีทางที่จะเทียบตะวันตกให้ได้
ทั้งภาษา(ก็ประสบผลสำเร็จ) ประเพณี วัฒนธรรม ต่างๆ
ให้เทศกาลจีนเสมอเทศกาลฝรั่ง
แล้วเวลาฝรั่งไปเปรียบเทียบอะไรก็ตามเวลาถูกเทียบเคียงกับจีน หรือเกาหลี พวกเขาจะดูถูก
                 แต่ทำไมพอกับญี่ปุ่น แต่ก่อนสมัยสงครามชอบเรียกไอ้ยุ่น ไอ้ยุ่น เดียวนี้กลับชื่นชม ติดวัฒนธรรมต่างๆของญี่ปุ่นงองแงม
ทั้งภาษา วัฒนธรรม ลัทธิต่างๆ บูชิโด ความกล้า การ์ตูน ประวัติศาสตร์ เพลง รายการทีวี หนัง ซามูไร นินจา
อะไรแบบนี้
แต่พอกับจีน กับเกาหลี กลับดูถูกซะงั้น
หรือเพราะนิสัยคนชาตินั้นหรือ"

เป็นผมเห็นชอบและตอบได้ในทันทีว่า.........................



 เป็นเพราะการตัดสินใจของผู้นำประเทศจีนตั้งแต่ยุคของซื่อฉีไท่โฮ่ว(ซูฉีไทเฮา)ซึ่งบ้าอำนาจและลำพองในอำนาจของสมเด็จปู่คังซี-หยวน ซื่อ ไข่เป็นต้นมาซึ่งเป็นผู้สร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาและไม่เป็นที่ยอมรับของคนจีน ที่ยึดติดกับจารีตประเพณีที่มีมามากกว่า 3500 ปี!!!! (และก็จะพยายามตั้งตนเป็นฮ่องเต้ในเวลาต่อมา)  พวกกระผมเลยต้องค่อยๆทำค่อยๆมี จนเวลาล่วงเลยไป 50 ปี ปรากฏว่าจีนยังไม่สามารถร่างรัฐธรรมนูญฉบับของจีนได้เอง เพราะมีกบฏที่ยึดติดกับเรื่องเก่่าๆบวกกับแผ่นดินเขาใหญ่และคนก็เยอะมากมัน เลยทำให้คนต่างชาติดูถูกคนจีนเพราะตัวพวกอเมริกาและอังกฤษ(ชาติตะวันตกทั้ง หลาย)เองเคยชนะคนที่ลำพองว่าตัวเองเก่งยิ่ง ..............เลยดูถูก

สมเด็จพระจักรพรรดิโกจอง

เกาหลีในสมัยโฮจองเป็นรัชสมัยที่เกาหลีอ่อนแอที่สุดและลำพองว่าข้ามีจีนปกป้องและก็ปิดประเทศตัวเอง
ก็เลยทำให้เกาหลีเข้าสู่ยุคที่อ่อนแอที่สุด อาวุธยุทโธปกรณ์ก็ล้าหลังกว่าจีนและถูกญี่ปุ่นพิชิดในปี 1910



แต่ในขณะืั้ที่ญี่ปุ่นในปี1867 ได้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นโดยทำลายประเพณีจารีตและระบบศักดินาและก่อตั้งกองทัพ ที่ทรงพลังที่สุด แกร่งที่สุด และทันสมัยที่สุดในสมัยนั้นได้เรียกกันในนาม ทหารกองจักรวรรดิญี่ปุ่น และได้คิดลองดีและเอาชนะรัสเซียได้อย่างเข็ดขาดในปี 1905
เอาขนะเยอรมนีโดยยึดฐานทัพในเอเซียอย่างชิงเต่า(จีน)ได้ในปี 191X(ไม่แน่ใจวันเวลาที่ยึด)
ขยายจักรวรรดิออกไปได้ไกลแสนไกลจนถึงขีดสุดปี1942
และรัญธรรมนูญในปี 1950-1970 เป็นรัฐธรรมนูญที่ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายเป็นตัวอย่างรัฐธรรมนูญระดับแนว หน้าในเรื่องความรัดกุมและมีช่องโหว่น้อยนิด


 คำตอบนี้คือการตอบคำถามในกระทู้นี้


การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นอาจไม่มี กฏหมายหรืออะไำรรับรองได้แต่นั่นเป็นสมบัติของคนต่ำ มันสื่อถึงรากง่าวของบิดามารดาทุกท่านที่คิดจะคัดลอกบทความแปลผม

หากมีความคิดเห็น ขอขอบคุณที่ทุกท่านมองเห็นและคลิกที่"Post a comment"ที่ไต้บรรยาย

Tuesday, June 2, 2009

EVP (Electronic voice phenomena)

EVP (Electronic voice phenomena)เครื่องมือบันทึกเสียงวิญญาณและสิ่งลี้ลับ คุณเชื่อมั้ยว่าเสียงที่ออกมาจากเครื่อง คือเสียงจริงของเหล่าวิญญาณ? EVP (Electronic voice phenomena)เครื่องมือบันทึกเสียงวิญญาณและสิ่งลี้ลับ คุณเชื่อมั้ยว่าเสียงที่ออกมาจากเครื่อง คือเสียงจริงของเหล่าวิญญาณ?

Electronic Voice Phenomena EVP เป็นตัวย่อหมายถึงเสียงที่ถูกสร้างขึ้นโดยสิ่งลี้ลับ เสียงเหล่านี้
ถูกบันทึกได้ด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เสียงเหล่านี้มักจะสั้นมีคำพูดหรือวลีสั้นๆ เสมอประวัติความเป็นมา
เป็นเรื่องราวกล่าวขานมานานถึงนักประดิษฐ์ที่ชื่อ โทมัส เอดิสัน
เป็นคนแรกที่ค้นคว้าเรื่องเสียงประหลาดนี้ ในปี 1920
เขาได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเขากำลังทำเครื่องมือที่สามารถติดต่อกับคนตายได้
เรื่องราวเหล่านี้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์จำนวนมาก หลายปีต่อมา โทมัส เอดิสัน
บอกว่านั่นเป็นเรื่องสนุกที่เขากุขึ้นมา
และเขาก็ไม่ได้สร้างเครื่องมือตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด





ก่อนปี 1980
ซาเลย์ (Attila von Szalay)
เป็นคนแรกที่กล่าวว่าเขาสามารถบันทึกเสียงคนที่ตายไปแล้วได้
เขาทำร่วมกับเรย์มอนด์ เบย์เลส(Raymond Bayless)
สร้างเครื่องบันทึกเสียงพิเศษนี้ขึ้นมาโดยมีไมโครโฟนต่อเข้ากับเครื่องบันทึกเสียงและลำโพง

ซาเลย์พบเสียงมากมายในเทปนั้นโดยที่ขณะบันทึกนั้นไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
งานค้นคว้าของซาเลย์และเบย์เลส ได้ถูกตีพิมพ์ลง Journal of the American
Society for Psychical Research ในปี 1959 หลังจากนั้นในปี 1979
เบย์เลสเป็นผู้แต่งร่วมในหนังสือชื่อ Phone Calls From the Dead
(โทรศัพท์จากวิญญาณ)



ในปี 1959 ฟรีดิช เยอร์เจนสัน (Friedrich J?rgenson) ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวสวีเดน
ได้บอกว่า เขาค้นพบเสียงผู้ชายพูดภาษานอร์เวย์ขณะที่เขากำลังบันทึกเสียงนก
หลังจากนั้นเขาสามารถบันทึกเสียงแบบนี้ได้อีกมาก
รวมถึงเสียงของแม่เขาที่จากไปแล้วด้วย


คอนสแตนติน เราดีฟ (Konstantin Raudive) นักจิตวิทยาชาวลัตเวีย
ได้เข้ามาร่วมทำงานกับเยอร์เจนสัน
และสามารถบันทึกเสียงประหลาดได้มากกว่าหนึ่งแสนชุด
มากกว่าสองหมื่นห้าพันชุดเป็นเสียงที่ชัดเจนมาก
เพื่อเป็นการพิสูจน์เราดีฟได้เชิญอาสาสมัครมาฟัง
และส่วนใหญ่บอกว่าเสียงที่บันทึกได้นั้นชัดเจนทีเดียว
และพวกเขาไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

นักค้นคว้าสิ่งลึกลับจำนวนมาก รวมถึงเดวิด ฟอนทานา (David Fontana)
นักศึกษาสาขาวิชาวิทยาการสังคม มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff university's
school of Social Sciences) ได้บันทึกไว้ว่าช่วงก่อนปี 1970
เราดีฟได้ทำการบันทึกเสียงภายในห้องปฏิบัติการที่มีฉนวนป้องกันสัญญาณวิทยุจากภายนอก
และเราดีฟได้บอกว่าเสียงส่วนใหญ่ที่บันทึกได้นั้นชัดเจนและฟังรู้เรื่อง

หลังจากเสียงบันทึกของเราดีฟได้ถูกเผยแพร่ก็ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ
นานาอย่างมากมาย
บางครั้งเสียงที่บันทึกได้กลับพูดคนละเรื่องกับที่นักวิจัยถามออกไป



Thursday, May 21, 2009

German tank:Pzkw VI Ausf B Tiger 2 or KingTiger



คิงไทเกอร์ รุ่นติดป้อมปืนแบบปอร์เช่ ที่ยกเลิกการผลิตไป
Pzkw VI Ausf B Tiger 2 or KingTiger แพนเซอร์ 6 อาส์ฟ บี ไทเกอร์สอง หรือ คิงไทเกอร์
เป็นสุดยอดรถถังที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในยุคนั้น โดยมีย้ำหนักกว่า70ตัน ไทเกอร์2 หรือคิงไทเกอร์ รถถังรุ่นนี้ได้ทำการออกแบบและผลิตในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี1942 หลังจากที่ไทเกอร์1 ออกสู่สมรภูมิได้ไม่นาน เนื่องจากการคาดการณ์ของเสนาธิการฝ่ายเยอรมันว่า โซเวียตกำลังผลิตรถถังที่ทรงอานุภาพมากๆขึ้น รถถังรุ่นนี้ก็ถูกผลิตโดยสองบริษัท เฮนเซล และปอร์เช่ แต่ก็ต่างกันที่ป้อมปืนเท่านั้น ช่วงล่างรถใช้เหมือนกัน แต่ป้อมปืนแบบปอร์เช่ก็ถูกผลิตออกมาเพียง50ป้อมเท่านั้น เพราะว่าส่วนโค้งด้านหน้าป้อมของปอร์เช่นั้นมีความหนา110มิลลิเมตร บางกว่าป้อมของเฮนเซลถึง70มิลลิเมตร และป้อมผ.บ.รถของปอร์เช่ที่ยื่นออกมานั้นมีเกราะที่บางมาก ซึ่งอันตรายมากหากถูกยิง จึงยกเลิกการผลิตป้อมแบบปอร์เช่ไป ให้ผลิตแต่ป้อมแบบเฮนเซลมาแทน
นอกจากเกราะที่หนาแล้ว คิงไทเกอร์ ยังติดปืนขนาด88มม. L71 ซึ่งมีอานุภาพสูงกว่าปืนต่อสู้รถถังทุกชนิดในยุคนั้น แต่จุดอ่อนก็คือ เครื่องยนต์ที่คิงไทเกอร์ใช้เป็นเครื่องยนต์แบบเดียวกันกับไทเกอร์1 เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่รับน้ำหนักมากกว่า จึงมีปัญหาการกินน้ำมันอย่างมาก( โดยกินน้ำมันถึง7ลิตรในการวิ่งระยะทาง1ลิโลเมตร ) และปัญหาการขัดข้องด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์รุ่นนี้ก็ถือว่าทรงอานุภาพที่สุด
ข้อมูลการรบเท่าที่มีการบันทึกไว้ คือข้อมูลของทหารสหรัฐในการรบที่ป่าอาร์เดนส์ ประเทศเบลเยี่ยม หรือที่เรียกว่าการรบแห่งบัลจ์ โดยคิงไทเกอร์ได้สร้างความตกตะลึงให้แก่ฝ่ายพันธมิตรอย่างมาก เพราะพวกเขาพบว่า ปืนใหญ่แทบทุกชนิดของฝ่ายพันธมิตร ไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆให้แก่คิงไทเกอร์ได้เลย แม้จะโจมตีด้วยเครื่องบินก็ตาม แต่ข้อมูลการรบของฝ่ายเยอรมันนั้นแทบจะไม่มีเลย นั่นก็เพราะมีข้อมูลที่เปิดเผยในช่วงหลังสงครามว่า ในช่วงปลายสงครามและเยอรมันใกล้จะแพ้ ศูนย์ยุทธการบกเยอรมันที่เมืองพอตส์ดัมส์ ได้เผาทำลายเอกสารข้อมูลและรูปถ่ายที่ได้มาระหว่างสงครามไปเกือบหมด รวมทั้งข้อมูลของคิงไทเกอร์ด้วย ซึ่งถ้าพิจารณาทฤษฏีนี้ ก็มีความเป็นไปได้สุงว่า ข้อมูลของคิงไทเกอร์นั้นได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว
ข้อมูล
หนัก--68-70ตัน(บางรุ่นอาจหนักถึง76ตัน)
 
ยาว--10.3เมตร
 
กว้าง---3.8-4.3เมตร
 
สูง--- 3.3เมตร

พลประจำรถ--5นาย
 
เกราะหนา--40-185มิลลิเมตร
 
อาวุธ----ปืนใหญ่ 88มม. L71 1กระบอก อาวุธรอง ปืนกล7.92มม. 3กระบอก(ปืนกลภาคพื้นMg-34จำนวน2กระบอก และปืนกลต่อสู้อากาศยานMG-42 จำนวน1กระบอก)
ความเร็ว---38-42กม./ชม.
พิสัยทำการ--- 170กิโลเมตร

German tank: Pzkw VI Tiger


Pzkw VI Tiger แพนเซอร์ 6 ไทเกอร์
               สุดยอดแห่งตำนานรถถังของนาซีเยอรมันและของโลก ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นรถถังที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก ถ้าเทียบเรื่องจำนวนในการสังหารรถถังด้วยกัน
          คำสั่งการออกแบบไทเกอร์ เริ่มในวันที่26พฤษภาคา ปี1941 1เดือนก่อนบุกรัสเซีย โดยมีบริษัทเอกชนสองบริษัทคือ ปอร์เช่ และเฮนเซล เข้าร่วมการแข่งขันออกแบบรถถังไทเกอร์ แต่ว่าป้อมปืนนั้น ถูกแยกไปผลิตและพัฒนาโดยบริษัทกรุ๊ปป์
เมื่อสงครามในรัสเซียอุบัติขึ้น เยอรมันต้องการรถถังหนัก ที่มีความแข็งแกร่งสูง ติดอาวุธทรงอานุภาพเพื่อรับมือกับรถถังรัสเซีย ไทเกอร์ จึงเป็นอาวุธที่มีความจำเป็นยิ่งยวด ทั้งสองบริษัทจึงรีบออกแบบเพื่อให้ชนะการแข่งขันโดยเร็ว
             แต่การออกแบบของสองบริษัทก็ค่อนข้างต่างกัน เช่น รถของเฮนเซล(VK3601) จะออกแบบให้ปืนประจำรถสามารถใช้กระสุนเจาะเกราะทังสเตนได้ แต่ก็จะเลือกว่าจะติดตั้งปืนใดดีระหว่าง ปืน75มม. L70 แบบรถถังแพนเธอร์ และ 88มม. L56 ส่วนรถทดสอบของปอร์เช่(VK3001) จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน และติดปืน88มม. L 56 เท่านั้น
            และการทดสอบในปี1942 วันเกิดของฮิตเลอร์ รถทดสอบของเฮนเซลนั้น ประสบปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ ทำความเร็วได้เพียง45กม./ชม. ช้ากว่าปอร์เช่ถึง5กม. แถมเครื่องยนต์ของเฮนเซลก็ยู่ในสภาพร้อนจัดแทบจะระเบิด แต่รถทดสอบของปอร์เช่นั้นก็มีปัญหาเรื่องช่วงล่าง ระบบเกียร์ และระบบบังคับเลี้ยว ถึงแม้จะเร็วกว่ารถของเฮนเซลถึง5กิโลเมตรก็ตามโชคยังเข้าข้างเฮนเซล ที่การทดสอบเน้นที่การขับเคลื่อนในทางวิบากผ่านภูมิประเทศ ซึ่งรถของเฮนเซลนั้นคล่องแคล่วกว่า รถของปอร์เช่วึ่งระบบเลี้ยวมีปัญหาจึงช้าเป็นเต่าคลาน ทำให้รถทดสอบVK3601ของเฮนเซลได้ชัยชนะ และนำไปสร้างเป็นรถถังรุ่นที่6 หรือ ไทเกอร์ ของเยอรมัน และเริ่มผลิตในปลายปี1942
                การออกแบบไทเกอร์นั้น ช่วงล่างและตัวถังผลิตจากเหล็กกล้าแผ่นเรียบขนาดใหญ่ นำมาเชื่อมประสานด้วยไฟฟ้า และยังมีระบบสลักคล้องเหล็กแต่ละชิ้นทำให้มีความคงทนกว่าเดิม และเหล็กชิ้นใหญ่ ทำให้ไทเกอร์ทนต่อการยิงของปืนแทบทุกชนิด
ป้อมปืนนั้นออกแบบเป็นทรงเกือกม้า มีความแข็งแกร่งคงทนสูง ป้อมผ.บ.รถอยู่ทางซ้ายของตัวรถ แต่ป้อมผ.บ.แบบเก่าอยุ่ในวิถียิงของพลปืนรัสเซีย จึงปรับให้เตี้ยลง ตัวถังรถด้านหน้าเป็นที่นั่งของพลวิทยุ ติดปืนกลแบบ เอ็มจี34 ซึ่งเป็นที่หวาดกลัวของทหารพันธมิตรและโซเวียตมาก ปืน88มม. L56 มีระยะยิงต่อสู้รถถังไกลกว่า3,000เมตร โดยจะยิงแม่นยำ100%ที่ระยะ1,500เมตร แม่นยำ80%ที่ระยะ2,000เมตร และ50%(ยิง2นัดถูก1นัด)ที่ระยะ3,000เมตร และระบบกล้องเล็งวัดระยะแบบ3ตา ทำให้ไทเกอร์ ได้เปรียบรถถังข้าศึกตรงจุดนี้ เพราะปืนของไทเกอร์ยิงได้เร็วและแม่นมาก และไทเกอร์ยังมีกระสุนเจาะเกราะแบบพิเศษ นอกเหนือจากกระสุนระเบิดต่อสู้รถถังและกระสุนเจาะเกราะธรรมดา นั่นคือกระสุนเจาะเกราะหัวรบทังสเตน แบบPzgr 40 ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักมากนัก กระสุนรุ่นนี้ผลิตมาจากโลหะผสมทังสเตน มีความเร็วปากลำกล้องสูงและยิงได้ไกลมาก สามารถเจาะเกราะได้ทุกชนิด100% เน้นการใช้งานในการทำลายเป้าหมายที่มีเกราะหนัก เมื่อรวมกับปืน88มม.แล้ว ไทเกอร์จึงยิ่งทรงอานุภาพมากขึ้น แต่กระสุนรุ่นนี้ก็ผลิตออกมาน้อย เพราะช่วงสงครามเยอรมันขาดแคลนแร่ทังสเตนมาก จึงให้เบิกใช้ไม่มากนัก
               ไทเกอร์ ได้ออกรบในสมรภูมิสำคัญทั้งด้านตะวันออกและด้านตะวันตก แอฟริกาเหนือ และอิตาลี โดยในแอฟริกาเหนือ กองทัพน้อยแอฟริกา ครอล์ฟ ของนายพลรอมเมล ได้ใช้รถถังไทเกอร์จำนวนน้อย เข้าต่อสู้กับกองทัพรถถังจำนวนมหาศาลของกองทัพพันธมิตรอังกฤษ-อเมริกา และทำลายรถถังพันธมิตรได้เป็นจำนวนมาก ในแนวรบด้านตะวันออก ไทเกอร์ก็ได้แสดงพลังฝังรถถังโซเวียตจมดินเป็นจำนวนมาก โดยที่รถถังหนักของโซเวียตแบบKV-1 และ KV-2 ไม่อาจต้านทานได้ แม้ช่วงปี1944 โซเวียตจะผลิตรถถังหนักรุ่นใหม่แบบ โจเซฟ สตาลิน-2 (JS-2) ติดปืนขนาด122มม. ซึ่งใหญ่กว่าไทเกอร์ได้ก็ตาม แต่ก็หาต้านทานไทเกอร์ได้ไม่ โดยข้อมูลการรบในวันที่2มกราคม 1945 กองพันรถถังหนักที่507ของเยอรมันที่มีรถถังไทเกอร์เป็นกำลังหลัก ได้ปะทะกับกองพลยานเกราะของโซเวียตที่มี JS-2 จำนวนมาก ผลคือ รถถังไทเกอร์1 คัน สามารถทำลายรถถังJS-2ได้ถึง22คัน ด้วยปืน88มม. ที่ยิงได้ไกล แม่นยำ และรวดเร็วกว่าโดยที่รถถังของโซเวียตไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่รถถัง ไทเกอร์ได้เลย ทำให้กำลังพลโซเวียตต้องถอยกลับไปตั้งหลักใหม่
ในแนวรบตะวันตก นอร์มังดี ปี1944 ร้อยเอก มิคาเอล วิทมานน์ แห่งกองพลยานเกราะ เอส.เอส. ที่1 ลิปสแตนดาร์ต ได้นำรถถังไทเกอร์6คันเข้าทำการต่อสู้กับรถถังพันธมิตร และสามารถสังหารรถถังพันธมิตรได้มหาศาล
                 เนื่องจากประสิทธภาพของไทเกอร์เป็นที่หวาดหวั่น แก่ทหารพันธมิตร ทำให้เกิดอาการทางจิตในช่วงสงครามที่เรียกว่า ไทเกอร์ โฟเบีย หรืออาการหวาดกลัวรถถังไทเกอร์ นั่นคือเมื่อมีคนพูดถึงรถถังไทเกอร์ ผู้มีอาการดังกล่าวจะเกิดอาการสั่นกลัว และเมื่อได้ยินเสียงรถถังไทเกอร์หรือเห็นตัวรถถัง ก็แทบจะเป็นประสาทไปเลย
                  จุดอ่อนอันน่ากลัว ของ ไทเกอร์คือ เครื่องยนต์ที่มีปัญหา(เป็นความผิดพลาดในการออกแบบรถต้นแบบของเฮนเซล) ความเชื่องช้า เพราะน้ำหนักที่มาก โดยในการรบที่เมืองคาห์คอฟ และเคียฟ สภาพถนนเป็นโคลนตม รถถังไทเกอร์ที่มีน้ำหนักมาก ได้ติดหล่ม และเร่งเครื่องจนเครื่องยนต์พังเสียหาย จึงตกเป็นเป้าของปืนรถถังโซเวียต ทำให้เยอรมันต้องเสียไทเกอร์จำนวนมากในการรบครั้งนั้น
ไทเกอร์ ถูกผลิตตั้งแต่ปี 1942-1944 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,350คัน แม้จะมีน้อย แต่ก็สำแดงพลังการรบให้ทหารพันธมิตรเป็นที่ประจักษ์ จนได้รับการยกย่องจากนักการทหารในรุ่นหลังว่า มันคือสุดยอดเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง
ข้อมูล
หนัก--57 ตัน (บางรุ่นหนักถึง62ตัน)
ยาว---8.45เมตร
กว้าง---3.8เมตร
สูง--- 3เมตร
พลประจำรถ--5นาย
เกราะหนา--25-120มิลลิเมตร
อาวุธ---ปืนใหญ่ 88มม. L56 1กระบอก อาวุธรอง ปืนกล7.92มม. 2-3กระบอก เครื่องยิงระเบิดควัน90มม. 6ท่อยิง
ความเร็ว---38-45กม./ชม.
พิสัยทำการ---195ก.ม.

Wednesday, May 6, 2009

Hermann goering



      นายพล แฮร์มันน์ เกอร์ริง ผู้เปรียบดุจแขนขวาของฮิตเลอร์
บุรุษที่มักจะเปลี่ยนชุดเครื่องแบบในวันหนึ่ง ๆ หลายต่อหลายแบบต่อวันจนจำแทบไม่ได้เลยว่าวันหนึ่ง ๆ นั้นเขาได้สวมใส่ชุดใดไปบ้าง จนได้รับฉายานามว่า
      “ม้าแห่งแบบ” และเขาผู้นี้คือ นายพล แฮร์มันน์ เกอร์ริง
เกอร์ริง ถือกำเนิดเมื่อ 12 มกราคม พ.ศ.2436 (ค.ศ.1895) ณ เมืองโรเซนเฮน
(Rosenhrrin) ที่ปรัสเซีย เมื่อเขาโตขึ้นได้มีโอกาสศึกษาต่อที่โรงเรียนนายทหารเยอรมัน “Gross Lichterfeldu” ณ กรุงเบอร์ลิน หลังจากจบการศึกษา เมื่อปีพ.ศ.2454 (ค.ศ.1911)
แล้วหลังจากนันมาเขาก็ได้มีโอกาสในการเข้ารับใช้ชาติด้วยการเข้าไปเป็นทหารอากาศร่วมรบกับฝูงบินแห่งกองทัพเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จนได้ทำงานในกองทัพอากาศเรื่อยมาและก็มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นลำดับจนได้มารู้จักกับฮิตเลอร์และสนิทสนมกันอย่างมาก ซึ่งเกอร์ริงก็เป็นอีกผู้หนึ่ง ซึ่งได้ร่วมหัวจมท้ายกับฮิตเลอร์มาตลอดเกมส์การเมืองมหาสงคราม ซึ่งมีโอกาสได้ช่วยงานของพรรค โดยได้รับความไว้วางใจจากฮฺตเลอร์ให้ดำรงตำแหน่งอันสำคัญ ๆ และอันทรงอิทธิพลหลายตำแหน่งด้วยกันเช่น ตำแหน่งของแม่ทัพใหญ่แห่งทัพฟ้าใหญ่ คือ กองทัพอากาศ ซึ่งเป็นผู้ที่ช่วยสร้างกองกำลังกางเขนเหล็กทางอากาศของเยอรมันอย่างยิ่งใหญ่ และน่ากลัว น่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าท่านนายพลผู้นี้เอง คือผู้ที่ฮิตเลอร์ได้ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างมากที่สุดอีกบุคคลหนึ่งถึงกับขนาดได้ให้เป็นทายาททางการเมืองเป็นอันดับที่หนึ่ง

          ต่อมาในภายหลังจากการที่เยอรมันเริ่มเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำแก่ฝ่ายพันธมิตรเป็นลำดับเรื่อยมา ใกล้จะเป็นฝ่ายแพ้ในสงคราม ทำให้เขาคิดไม่ซื่อต่อฮิตเลอร์ในภายหลัง และในที่สุดเยอรมันก็เป็นฝ่ายแพ้สงครามต่อพันธมิตรจนเขาถูกกองทัพพันธมิตรรับได้ และถูกตัดสินเป็นอาชญากรสงคราม และนั่นหมายความว่า โทษ คือ ประหารชีวิต  ด้วยการแขวนคอ หลังจากถูกพิพากษา และก่อนถูกประหารชีวิตเพียงไม่นานนัก เขาก็ “ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองด้วยการกินยาพิษเสียก่อนถูกนำไปแขวนคอเพียง 1 ชั่วโมง” เท่านั้น

Hitler's hand:Dr. Joseph Goebbels

ดร. โจเซฟ เกิบเบิลส์(Joseph Goebbels) ผู้เปรียบดุจแขนซ้ายของฮิตเลอร์
จากเด็กหนุ่มผู้ยากจนแต่มีความอดทนใความมุมานะอย่างสูง อันเป็นลักษณะในตัวของเขาประกอบกับความที่เป็นคนซื่อสัตย์และมีอัจฉริยภาพทางด้านความคิดเป็นเลิศ และที่กล่าวมาแล้วนี้ก็มิใช่ใครที่ไหน เขาคือ ดร.โจเซฟ เกิบเบิลส์ นั่นเอง ถ้าเปรียบแล้วเขาก็เป็นดุจดังแขนของผู้นำแห่งอาณาจักรไรซ์
29 ตุลาคม พ.ศ.2421 (ค.ศ. 1878) คือวันที่เขาถือกำเนิด ณ เมืองไรท์ ประเทศเยอรมนี จากครอบครัวชาวนาในชนบท ซึ่งสภาพทางครอบครัวก็อยู่ในฐานะยากจน แต่จากความที่ตนเองนั้นเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรเป็นทุนอยู่แล้วและก็รักความก้าวหน้าในชีวิต ทำให้เขาซึ่งขณะเรียนอยู่นั้นสามารถสอบชิงทุนของรัฐบาลได้ และเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เมื่อได้มีโอกาสศึกษาต่อแล้ว




เกิบเบิลส์ทุ่มเทในหน้าที่การเรียนอย่างหนักจนต่อมาอีกไม่กี่ปีเขาก็สามารถสำเร็จการศึกษาขั้นสุงสุดในระดับปริญญาเอก ในสาขาประวัติศาสตร์วรรณคดีจากมหาวิทยาลัยไฮเดนเบิร์กอย่างน่าภาคภูมิใจด้วยความมุมานะของตนเองในที่สุด
เมื่อจบจากมหาวิทยาลัยมาแล้วก็หันมาประกอบอาชีพในด้านสาขาที่ตนสำเร็จเช่นเป็นนักเขียน นักประพันธ์ และนักข่าวมาระยะหนึ่งแต่ต่อมาไม่นานช่วงนันเองเหตุการณ์บ้านมืองของประเทศเยอรมนีในขณะนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองอยู่ และก็มีพรรคการเมืองและก็มรพรรคการเมืองอยู่พรรคหนึ่งซึ่งชื่อว่า พรรเยอรมันนาซี (naze) หรือ “พรรคเยอรมันเนชั่นโซเซียลลิสต์” เพิ่งจะถูกก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ทำให้เป็นช่วงที่พรรคกำลังทำการขยายมวลชนและประชาสัมพันธ์ให้พรรคนั้นเป็นที่รู้จักต่อสาธารณชนชาว








เกอเบิ้ลกับการกล่าวสุนทรพจน์

          เยอรมันและก็เป็นช่วงที่พรรคทำการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคอีกด้วยจากการติดตามความเคลื่อนไหวและนโยบายของพรรคอยู่ตลอดเวลานั้น ทำให้เกิบเบิลส์ให้ความสนใจต่อพรรคเยอรมันนาซีเป็นอย่างมาก และอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ ดร.เกิบเบิลส์ตัดสินใจกระโจนเข้าสู่การเป็นสมาชิกพรรคเยอรมันนาซีก็คือ การที่เขาได้มีโอกาสเข้าฟังการกล่าวปราศรัยของฮิตเลอร์ ปรากฏว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ ฮิตเลอร์ทำให้เกิบเบิลส์เกิดความศรัทธายิ่งนัก จนทำให้เขาตกลงใจสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคเยอรมันนาซีในทันทีโดยไม่ลังเล
เมื่อได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคแล้วเขาได้รับความไว้วางใจจากฮิตเลอร์ให้เข้ามาทำในด้านการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ภายในพรรค ด้วยความสามารถอันอัจฉริยะด้วยแล้วเขาได้สร้างผลงานด้านต่าง ๆ ที่โดดเด่นหลายชิ้นให้แก่พรรคจนสามารถประกาศเผยแพร่พรรคและนโยบายของพรรคจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจนนำไปสู่ชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งต่อมา
เกิบเบิ้ลและครอบครัว ซึ่งเขาฆ่าตัวตายพร้อมกัีบครอบครัวของเขาไปพร้อมๆกับฮิตเลอร์

          เมื่อพรรคเยอรมันนาซีได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งจนได้เป็นรัฐบาลแล้ว จึงได้มีดำริจากฮิตเลอร์ว่า ควรจะมีการก่อตั้งหน่วยงานด้านการสื่อสารขึ้นให้มีความถาวรและเป็นเอกภาพจึงได้ก่อตั้ง “กระทรวงโฆษณาแถลงข่าวและโฆษณาชวนเชื่อ” ผู้ที่ควรจะมาดำรงตำแหน่งอันทรงอิทธิพลแห่งนี้ได้ต้องเป็นผู้ที่ต้องมีความสามารถอย่างยิ่ง ด้วยผลงานอันโดดเด่น ที่ผ่านมาได้ประจักษ์ผลมาอย่างเด่นชัดแล้ว ทำให้ฮิตเลอร์ได้มอบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาประชาสัมพันธ์ชวนเชื่อนี้ให้แก่เกิบเบิลส์เป็นผู้ควบคุม
ด้วยการที่เป็นผู้มีประสบการณ์ในด้านนี้มานานแล้ว เกิบเบิลส์ได้ผลิตสื่อและผลงานของเขาเป็นที่โดดเด่นเพื่อประโยชน์สูงสุดของพรรคและปฏิบัติภารกิจของตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อพรรคและนายของเขามาตลอดช่วงของสงครามอย่างไม่เคยเปลี่ยน ทำให้เขาได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากนายของเขาคือฮิตเลอร์เป็นอย่างมากที่สุดในบรรดาคณะพรรคนาซี จึงไม่แปลกเลยที่หากว่าฮิตเลอร์ไป ณ ที่ใด มักจะปรากฏร่างของเกิบเบิลส์เคียงข้างเขาไปทุกหนทุกแห่งจนกระทั่งทั้งสองจบชีวิตลงในที่สุด
แม้กระทั่งในช่วงสุดท้ายของชวิตก็ตาม ในช่วงที่สงครามโลกจะยุติลงด้วยความพ่ายแพ้ของเยอรมัน ในขณะที่บรรดา คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่หรือบุคคลใหญ่ ๆ ของพรรคก็ต่างละทิ้งฮิตเลอร์ หนีเอาตัวรอดกันทั้งนั้น แต่ปรากฏว่าเกิบเบิลส์แม้มีโอกาสเช่นกันแต่เขาก็ไม่คิดจะทอดทิ้งนายของเขาเลย เพราะเขาพร้อมที่จะเป็นหรือตายอยู่กับนายของเขาได้ตลอดเวลา
จนในที่สุดฮิตเลอร์ตัดสินใจยิงตนเองกับภรรยาจนเสียชีวิต เกิบเบิลส์เองก็ตัดสินใจทำตามแบบนายของตนโดยการ กรอกยาพิษให้ลูกของตนจนตายทั้งหมด 6 คน แล้วจัดการตนเองกับภรรยาด้วยการยิงตัวตายตามกันหมดทั้งครอบครัว ตามนายฮิตเลอร์ของเขาไปตลอดกาลชั่วนิรันดร์ เมื่อ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) อย่างน่าเศร้าสลด



“ปีนให้ไกล ปีนให้สูง
เป้าหมายอยู่บนฟ้า จุดเล็งอยู่ที่ดาว”
Climb away, high arms at the sky spot at the star
(คำจารึก วิทยาลัยวิลเลียมส์)

Tuesday, March 24, 2009

ฺำืbenkyoshin's fiction-Testament

Macmillan kimberry aceเป็นเด็กผู้มีฐานะปานกลางซึ่งทำงานอยู่ในไทยทำอาชีพสอนภาษาอยู่ในสถาบัน สอนแห่งหนึ่ง แถวๆอ่อนนุชวันดีคืนดีเป็นมิชชั่นนารีที่มีความเป็นอยู่ค่อนข้างยากลำบากและ เร่ร่อนไปมาอยู่ในไทยตั้งแต่พ่อเสียชีวิต และทุกคืนจะฝันถึงพ่อเขาแทบจะทุกวันในสภาพที่เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย ท่านหลอกหลอนทุกคืนแต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าท่านต้องการอะไร ท่านยังคงทำซ้ำไปซ้ำมายังงี้เรื่อยไปๆอยากลืมมากๆแต่ก็ลืมไำม่ได้ไม่ว่าเทคนิค นับแกะ และผมนับแกะจนกลายเป็นสุนัขจิ้งจอกข้ามแทนแล้วแต่ท่านก็ยังไม่หายไป

อยู่จนมาวันหนึ่งมีทนายความ Aluxia Alfonce Adam พร้อมกับผู้ติดตามSamuel Frank hulberg มาจากอังกฤษได้ติดต่อเขาและบอกเขาว่า
Macmillan kimberry aceเป็นผู้ที่จะได้รับมรดกพันล้านของตระกูลแมคทิลแลน ซึ่ง Macmillan Soft Ceaserian(ปู่ทวด) ปราถนาจะมอบให้ลูกชายของเขา Macmillan George Jacque(พ่อ) ตามที่พินัยกรรมเขียนใว้แต่เรื่องมันมีปัญหาคือต้องมีหลักฐานว่าเป็นหลานของ จอร์จ แจ็คจริงๆ แน่นอนจะต้องหากระดูกของพ่อมาแต่พ่ออยู่ใหนล่ะ เอสเลยถามทนายว่าทำยังไงดีตัวเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าปู่เขาและพ่อของเขาอยู่ที่ ใหนน่ะสิ “ผมจะไปหาพวกเขาได้ยังไงล่ะครัีบ” เอสถามทนาย“ผมไม่เคยแม้แต่เห็นท่านทั้งสองเลยแม้แต่ครั้งเดียว............ แล้วจะไปหาได้ยังไง”

ทนายเขาบอกว่าพ่อเขาถูกทรมานและเสียชีวิตที่กาญจนบุรี ปู่เสียชีวิตที่ Crete island ขณะที่ทำสงครามปะทะกับหน่วยรบพิเศษของนาซี ทั้งคู่ล้วนหาร่างไม่เจอแต่ทนายแกก็ไม่บอกอะไรทั้งนั้นว่ามรดกทั้งหมดนั้นคืออะไรบ้าง
"ใช่แล้วและแน่นอนผมต้องสงสัยแน่ๆล่ะครับว่าปู่ของผมให้อะไรกับพ่อผมในพินัยกรรมนั่น" เอซพี่แกแอบบ่นพึมพำ

ทนายความอดัม:สรุปแล้วจะเริ่มกันวันนี้เลยดีใหมครับ?
เอส: แล้วจะเริ่มจากใหนดีล่ะครับ
ทนายความอดัม:ก็แล้วแต่คุณสิครับ
เอส: แป่ว
เอส: งั้นเริ่มที่กาญจนบุรีดีใหมครับ?
ทนายความอดัม:สรุปแล้วจะเริ่มกันตอนใหนดีครับ?
เอส: วันนี้
ทนายความอดัม:เร็วไปป่าวครับ?
เอส: วันนี้
ทนายความอดัม:พรุ่งนี้ไม่ได้เหรอครับ
เอส: ...............

แน่นอนเอสแกก็หงุดหงิดแน่ๆล่ะครับเพราะเล่นเซ้าซี้หยั่งกะเป็นพ่อยังงี้และแน่นอนเขาก็บอกว่า“โอเคพรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้”
คืนนั้นเขาก็ได้เข้าห้องนอนซึ่งอีกไม่นานจะต้องจากไปและไปนอนที่

Tuesday, February 3, 2009

Got to know about the history of WW2:Nazi side

เกร็ดความรู้ประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง:ฝ่ายเยอรมัน


ทหารเยอะที่สุดในเยอรมัน :เบอร์ลิน

ใช้อาวุธเชื้อโรคโจมตีมากที่สุด-โปแลนด์

ฆ่ามากที่สุด-ชาวยิว

ถูกฆ่ามากที่สุด- โปแลนด์ ออสเตรีย

สมรภูมิสำคัญ-สตาลินกราด ซีโลว์ นอร์มังดี โปแลนด์ ลอนดอน แอลจีเลีย

เยอรมันโจมตีฝ่ายพันธมิตร(อังกฤษ ฝรั่งเศส)เพราะ- ต้องการจะแก้สนธิสัญญาแวซาย ซึ่งเป็นสนธิฯที่ใช้เอาเปรียบเยอรมันซะส่วนมาก

จำนวนทหารที่ถูกฆ่า 5,533,000 คน

วีรบุรุษผู้พิชิตประเทศฝรั่งเศสให้กับเยอรมัน-Carl von Clausewitz(ผู้ที่นำแนวหน้าของกองบริสเซอร์คริึคหรือหน่วยโจมตีสายฟ้าแลบ)

วีรบุรุษผู้พิชิตประเทศโซเวียต(รัสเซีย)ให้กับเยอรมัน-Heinrich Amsel
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของอาณาจักรไรซ์ในเรื่องการขยายเผ่าอารยันมากที่สุด-Heinrich himler(พี่ชาย)
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของอาณาจักรไรซ์ในเรื่องการรบมากที่สุด-จอมพล เกอร์ริง
เรือรบที่แข็งแกร่งที่สุดในเยอรมัน-เรือรบบิสมาร์ค


รถถังที่ดีที่สุด-ไทเกอร์



มีมากที่สุด-แพนเซอร์



รถถังลับ


ฝูงบินเยอรมันที่สร้างชื่อให้กับญี่ปุ่นและมีผลต่อประวัติศาสตร์เยอรมันมากที่สุด-เครื่องบินWulf FW 190

อาวุธลับที่เยอรมันได้นำมาใช้ในสงคราม-ปืนยิงลม เครื่องบินรบไอพ่น(แต่มีไม่มากเลยแพ้)


ปืนที่มีมากที่สุดใช้มากที่สุดและใช้ร่วมรบในกองทัพเยอรมัน(นานที่สุด)ในสมัยสงครามโลกครั้งที่1และ2-Kar98 กับ GEWEHR 98


ปืนกลทหารราบเคลื่อนที่ดีที่สุดและสร้างประสิทธิภาพให้กับเยอรมัน-mp40,fg42,STG42,MP42,MP45หรือMP50???(ปืนกลหนักพกพาได้)

ผมขอโทษที่ไม่ได้ลงรูปปืนเพราะทางเบื้องบนไม่อนุญาติ

Monday, January 26, 2009

Got to know about the history of WW2:Japanese side

เกร็ดความรู้ประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง:ฝ่ายญี่ปุ่น



ทหารเยอะที่สุดในญี่ปุ่น :โตเกียว
นอกญี่ปุ่น-ซิงเต่า ประเทศจีนและ ในฮาบิน(แมนจูเีีรีย)ประเทศจีน
ใช้อาวุธเชื้อโรคโจมตีมากที่สุด-Pingfang มลฑลฮาบิ้น ประเทศจีน ให้สำหรับโจมตีกองทัพแดงแห่งโซเวียต
ฆ่ามากที่สุด-ชาวจีน
ถูกฆ่ามากที่สุด- 3 สถานที่ ณ ไซปัน โอกินาวะ และฟิลิปปินส์
สมรภูมิสำคัญ-อ่าวกาด้า, กวม, อิโว จิม่า, เลตี้, อ่าวเลตี้, แมนจูเลีย, มิดเวย์, โอกินาวะ, เพเลลู, และไซปัน
ญี่ปุ่นโจมตีอเมริกาเพราะ-ไม่มีน้ำมัน
จำนวนทหารที่ถูกฆ่า 1,056,000 คน
วีรบุรุษผู้พิชิตประเทศจีนให้กับญี่ปุ่น-板垣 征四郎, Itagaki Seishirō
วีรบุรุษผู้พิชิตประเทศเกาหลีให้กับญี่ปุ่น-伊藤 博文, Itō Hirobumi
รถถังที่มีส่วนช่วยญี่ปุ่น-Chi-ha,Chi-he



เรือรบที่แข็งแกร่งที่สุดในญี่ปุ่น-เรือรบยามาโตะ
ฝูงบินญี่ปุ่นที่สร้างชื่อให้กับญี่ปุ่นและมีผลต่อประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมากที่สุด-เครื่องบินซีโร่
อาวุธลับที่ญี่ปุ่นได้นำมาใช้ในสงคราม-ปืนไมโครเวฟ เครื่องบินรบไอพ่น(แต่มีไม่มากกิกิ)
ปืนที่มีมากที่สุดใช้มากที่สุดและใช้ร่วมรบในกองทัพญี่ปุ่น(นานที่สุด)ในสมัยสงครามโลกครั้งที่1และ2-Type 99 Arisaka
ปืนกลทหารราบเคลื่อนที่ดีที่สุดและสร้างประสิทธิภาพให้กับญี่ปุ่นมากที่สุด


เครื่องแบบ 1 2

Monday, November 24, 2008

future ladder


If you've been thinking to yourself
หากแม้นคุณต้องคิดด้วยตนเองแล้วไซร้.
"I need the stupidest looking ladder that is also
ว่าฉันต้องการบันไดที่โง่และบ้าที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติแล้วล่ะก็ งั้นรอตัวนี้เลย
the most impractical", then your wait is over. The
บรรไดซีมาร์. ทำจากส่วนประกอบพิเศษและถูกทาสี
Cima Ladder has arrived. Made of composite
ให้เป็นสีชมพูและสีเขียว มันดูแปลกและพิศวงมากๆ
materials and painted either green or pink, it
และแน่นอนคุณอาจจะล้มลุกได้เพราะมัน
looks ridiculous and you'll probably fall off it.
และแรงบันดารใจให้รู้สึกเหมือนกำลังปีนต้นไม้
According to the company some of the major inspiration behind the ladder was "like climbing a tree, (the ladder) brings us closer to the basic nature of climbing up to reach the top, climbing as
ซึ่งมันจะตรงกับคำคมมะละกอ(ฝรั่ง)ที่ว่า ทำอะไรด้วยตนเองจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
a metaphor of growth and self elevation in life."
Well if that is not the hippiest load of crap I have ever heard.
เอาเถอะผมคิดว่านี่คงจะไม่ใช่บันไดที่แปลกประหลาดที่สุดในสิ่งที่ผมเคยได้ยินมา.
I wouldn't be caught dead climbing this ladder to hang myself.
ผมคงไม่ผูกคอตายด้วยบันไดตัวนี้เด็ดขาด

Thursday, October 9, 2008

Lost animal kinds

สัตว์สาปสูญ
คนยุคนี้คงหมดสิทธิเห็น

............................................................................
สัตว์พันธุ์ครึ่งม้าลายครึ่งลา
1




1.สัตว์พันธุ์ครึ่งม้าลายครึ่งลา ซึ่งเคยมีในประเทศอาฟริกาใต้ เมื่อทศวรรษ 1860 ถูกตามล่ากวาดล้างให้สิ้นซากเพื่อขายทอดตลาดด จนสูญพันธุ์แค่กลางปี 1880 เท่านั้น


แรดขน ตัวยาว 5 เมตร
2

2.แรดขน ตัวยาว 5 เมตร เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 6,000 - 9,000 ปีมาแล้ว เป็นสัตว์ดุร้าย กินหญ้าเป็นอาหาร แรดชนิดนี้คนสมัยโบราณเคยวาดไว้ตามผนังถ้ำ


กวางไอริช
3

3.กวางไอริช อาศัยอยู่ในแถบยุโรป เอเซีย และอาฟริกาเหนือ ตัวสูง 2 เมตร (วัดถึงไหล่) ความกว้างของเขา 4 เมตร มักอยู่กันเป็นฝูง มนุษย์สมัยก่อนใช้เขาของมันเป็นเครื่องประดับในบ้าน กวางไอริชถูกกำจัด จนสูญพันธ์เรียบร้อย ด้วยฝีมือของมนุษย์และจากภัยน้ำแข็ง เมื่อ 11,000 ปีมาแล้ว


วัวทะเลพันธุ์สเตลเลอร์ ตัวยาว 10 เมตร
4

4.วัวทะเลพันธุ์สเตลเลอร์ ตัวยาว 10 เมตร ซึ่งค้นพบในปี ค.ศ.1741 และถูกมนุษย์ล้างผลาญเป็นอาหารหมดสิ้นในปี ค.ศ.1768


นกโมของนิวซีแลนด์ ตัวสูง 4 เมตร หนัก 225 กิโลกรัม
5

5.นกโมของนิวซีแลนด์ ตัวสูง 4 เมตร หนัก 225 กิโลกรัม พบเมื่อ 100 ปีมาแล้ว สูญพันธุ์ไปในชั่วระยะเวลาไม่กี่ปี เพื่อสนองความอยากได้ขนของมนุษย์ โธ่ ตายเพราะขนแท้ๆเชียว


กระทิงขนยาว
6

6.กระทิงขนยาวรุ่มร่ามเหล่านี้ คล้ายกับความที่เคยกินหญ้าอยู่ในที่ราบอเมริกา เมื่อ 11,000 ปีมาแล้ว สัตว์ดุร้ายสนิดนี้สูง 2 เมตร มีโหนกตรงส่วนหลัง และเขายาวถึง 2 เมตร

Saturday, September 20, 2008

1st time in the world

การสักผิวหนัง
ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่คิดวิธีการสักลวดลายต่าง ๆ ลงบนผิวหนัง การสักผิวหนังนี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตศักราชผู้ที่นิยมการสักผิวหนังมาก คือ
พวกนักรบ กาสักผิวหนังนี้ก็มีส่วนเกี่ยวพันกับความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์อภินิหาร และความเชื่อทางศาสนาด้วย
ต่อมาการสักได้แพร่เข้ามาในเอเชีย โดยเข้ามาในแถบทะเลใต้และเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 15 ได้มีนักเดินเรือชาวยุโรปแล่นเรือมาพบเข้า จึงนิยมสักผิวหนังกันในหมู่นักเดินเรือ คือ สักเป็นรูปแผนที่ เป็นสถานที่ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้พบมาระหว่างการเดินทางเป็นต้น
Japanese are the 1st time that invent the tattoo. Screening the skin. Particulary are the Samurai warrior. They are screening on the body about 15th century. influenced by the Shinto religion's believe.

Later those are spread into Asia by go into the southern sea. Later European have been into Japan. Mostly they wrote the map,event, and the place. that they've advantured, Or discovered.

Sunday, August 24, 2008

mind

จิตใจปกติเป็นอย่างไร?

Do you know what a normal mind is?

นั่งรถกับคนเป็นโรคจิต Sitting with the abnormal on the car.

วันหนึ่ง ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากชายหนุ่มอายุ ๒๗ ปีคนหนึ่ง ซึ่งเคยมาเรียนไท้เก็กกับ

Once a day I've got tel. call from a guy about 27 year. He has had studied taijiqian with me 3 years ago

ฉันประมาณ ๓ ปีก่อนหน้านั้น เขามาเพียง ๓ หรือ ๔ ครั้ง แล้วก็หายหน้าไป วันนั้น เขาโทรมาเพื่อ

,But He come to study just about 3-4 times only . That day he has called me to request the book named "ใบไม้กำมือเดียว(leaf on once hand)"

ขอหนังสือเรื่อง ใบไม้กำมือเดียว จากดิฉัน ดิฉันจึงพูดกับเขาว่า หากมีเวลา ควรมาเรียนไท้เก็กกับ

From me. I've told him that. "If you have the time to study Tai ji qian. Please come to study together.

ฉันอีก แล้วดิฉันจะได้สอนเรื่องการฝึกสติปัฏฐานให้ เพื่อเขาจะสามารถเข้าใจหนังสือของดิฉันได้ดี ขึ้น

,And i will teaching you about the sharp of the brain to you. So he can understand my book more clear.

พอดีชายหนุ่มคนนี้อยู่ใกล้บ้าน ดิฉันจึงรับอาสาที่จะรับไปมหาวิทยาลัยในรถของดิฉันด้วย เมื่อชวนคุย ดิฉันจึงทราบว่า เขาเพิ่งฟื้นตัวจากโรคจิตเภทชนิดหนึ่ง ยังอยู่ในการดูแลของคุณ

Fortunately this guy are near my home. So i offer him to take him with my car.

When i talking to him. I know surly that he has cured himself from "A kind of brain problems" He still under the psycho doctor cares.

หมอโรคจิต รักษาด้วยยาและทำจิตบำบัดอยู่ บอกว่า สาเหตุที่เขาต้องการหนังสือของดิฉันเพราะดิฉันได้พูดเรื่องการทำใจให้ว่าง

He curing him by the new generation medicine and he has the progress of brain examination said. That he want this book to make himself calm down.

จากความคิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดึงดูดความสนใจของเขาตั้งแต่แรก

From this opinion. Already making him interesting at the 1st step.

ดิฉันไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว ถึงแม้รู้ว่ากำลังนั่งรถไปกับคนที่จิตใจไม่ค่อยปกติก็ตาม รู้สึก

I didn't feel fear or afraid. Even i known that i am sitting with the psycho person.Feel pity

สงสาร จึงพยายามให้เขาพูดถึงปัญหาส่วนตัวที่ทำให้จิตใจของเขาไม่ปกติ ซึ่งดิฉันสรุปได้ว่าชาย

So i asking him the deep problem that making him becoming like this.

หนุ่มคนนี้ได้สูบกัญชาในช่วงที่เขามาเรียนไท้เก็กกับดิฉัน ในใจของเขาจึงสร้างเรื่องต่าง ๆ ขึ้นมา

He said that he taking the opium. Between at the time that. We have taijiqian lesson. So his head making everything are real.

ซึ่งเขาคิดว่าจริงไปหมด หลังจากที่ได้อ่านหนังสือของดิฉันครั้งแรกซึ่งดิฉันได้พูดเรื่อง

After he read that book. That telling him to making mind stay calm.

ใจว่างจากจิต void และเรื่องการตรัสรู้ enlightenment นั้น เขาเชื่อว่าเขาได้บรรลุธรรมและตรัสรู้

From the void and the enlightenment that making him to reach the enlightenment.

แล้ว ดิฉันเดาว่า คุณแม่ของเขาคงได้ทำลายหนังสือเล่มนั้นไปแล้วเมื่อลูกชายมีความเจ็บป่วยทาง

And i've predict that his mother has had discard that book since she known that he has psycho problems.

ใจ จึงเป็นสาเหตุที่ชายหนุ่มคนนี้ต้องการได้หนังสือของดิฉันไปอีกเล่มหนึ่ง แต่ดิฉันก็ตัดสินใจไม่

And this guy trying to get this book from me. So i refused. Or he may being more or even worse.

ให้หนังสือของดิฉันแก่ชายหนุ่มคนนี้ เพราะคิดว่าจะไปทำให้จิตใจของเขาสับสนมากกว่าที่เป็นอยู่

We ought let the Dr. to cure him to making him to be normal 1st, But "THIS" is the true problem. Nobody known that what is the "absolute normal!?!?"

ควรให้คุณหมอโรคจิตรักษาจนกว่าจิตใจของเขาจะเป็นปกติเสียก่อนดีกว่า แต่นี่แหละคือตัวปัญหาที่แท้จริง มีใครรู้จริง ๆ หรือไม่ว่า จิตใจที่ปกติจริง ๆ นั้นเป็นอย่างไร

โรคจิตไม่มีแผล psycho are no scar

โรคจิตเป็นโรคที่ซับซ้อน ยากที่จะรักษา เพราะไม่มีแผลให้เห็นอย่างชัดเจนเหมือน

Psycho are the complicate disease. Hard to cure, Because they are no clearly scar like the body scar

โรคกายซึ่งเป็นเรื่องตรงไปตรงมา ใครไม่สบายกายก็ไปหาคุณหมอ ท่านสำรวจโรคและให้ยา

Who sick just go to Dr. Observate and X-ray and then gives you the medicine.

มารับประทานเพื่อแก้โรคนั้น ๆ แต่แผลใจไม่มีรอยช้ำ อักเสบ ขูด ข่วน เป็นหนอง หรือ แตกหักให้

,But psycho are none clearly damages. Those are connected to the memory ,thinking, and the feeling. And those are nothing, And how could you judge that he has those problem?

เห็นอย่างชัดเจน ความเจ็บป่วยทางจิตใจเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับ ความคิด ความจำ ความรู้สึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่างทั้งสิ้น แล้วเราจะรู้หรือตัดสินได้อย่างไรว่า ความเจ็บป่วยของจิตใจเป็นอย่างไร

ความรู้ทางการแพทย์เชื่อว่า จิตใจอยู่ที่สมอง ฉะนั้น การรักษาโรคทางจิตใจ คือ การไปรักษาที่สมอง ฉะนั้น เรามาดูกันก่อนว่า ผู้เชี่ยวชาญทางจิตใจ mind expert ได้ถกเถียงเรื่อง จิตใจ ว่าอย่างไร ดิฉันอ่านบทความนี้จากผู้วิจารณ์หนังสือ ชื่อ A.C. Grayling วิจารณ์หนังสือชื่อ Consciousness ซึ่งแปลว่า ความรู้สึกตัว เขียนโดย Rita Carter ซึ่งพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Daily Mail วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๐๐๒ เขาพูดว่า

โดยประเพณีแล้ว ปัญหาของจิตใจ mind และความรู้สึกตัว consciousness อยู่ในเครือข่ายของปรัชญา แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นักประสาทวิทยา neurologists นักจิตวิทยา psychologists และนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ โดยร่วมมือกับนักปรัชญา ได้นำเสนอทฤษฎีและวิธีการใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้เข้าใจเรื่องความรู้สึกตัวของมนุษย์ซึ่งล้วนมีพลังมาก แต่ถึงแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมบางส่วนของสมองแล้ว เช่น ส่วนที่เกี่ยวกับการเห็น การได้ยิน การใช้ภาษา การเคลื่อนไหว และ สิ่งอื่น ๆ มันก็ยังมีความลึกลับ และ ความคลุมเครืออยู่อีกมากมายทีเดียว บางคนก็บอกว่า ความรู้สึกตัว consciousness เป็นองค์กรที่อิสระจากสมองและวัตถุอย่างอื่น บางคนก็บอกว่า หัวสมองและจิตใจเป็นเรื่องเดียวกัน บางคนก็บอกว่าสมองเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดจิตใจ บางคนก็บอกว่า ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเป็นผลของกิจกรรมของสมอง บางคนก็พูดว่า เราไม่มีวันเข้าใจได้ว่าความรู้สึกตัวจะเกิดจากสมองได้อย่างไร และ ยังมีคนที่ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่ามีสิ่งที่เรียกว่า ความรู้สึกตัว consciousness นั้นไม่มี

คุณเห็นได้ว่า บทสรุปสั้น ๆ ของคุณ A.C Graying ก็สามารถช่วยให้เราเห็นภาพรวมของความคิดของผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมองและจิตใจของมนุษย์ เมื่อพิจารณาจากการถกเถียงของผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตใจเหล่านั้นแล้ว เห็นได้ชัดว่า พวกเขาก็ยังไม่ได้เข้าใจเรื่องจิตใจอย่างทะลุปรุโปร่ง ว่ามันคืออะไรอย่างแน่นอน ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เพราะหากผู้ชำนาญทางจิตใจ mind experts ยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่าจิตใจคืออะไร และทำงานอย่างไรแล้ว เขาจะรักษาคนไข้ที่เป็นโรคจิตให้กลับคืนสู่ความปกติได้อย่างไร และที่รักษากันอยู่นี้ เขารักษากันอย่างไร และตัดสินได้อย่างไรว่า จิตใจของคนไข้นี้หายเป็นปกติแล้วซึ่งต่างจาก คนที่จิตใจยังไม่หายเป็็นปกติอย่างไร เขาเอามาตรฐานอะไรมาวัดและตัดสินความปกติที่แตกต่างจากความผิดปกติ

เราจึงจำเป็นต้องเจาะลึกเข้าไปสู่เรื่องของจิตใจ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องความเป็นปกติของจิตใจ ว่ามันคืออะไรกันแน่ และมนุษย์เราจะเข้าถึงความเป็นปกตินั้นได้อย่างไร



sourced by ไอน์สไตน์ถามพระพุทธเจ้าตอบ(Einstien asking and Buddha answer.)

Tuesday, August 5, 2008

25 reality shocks

ความจริง 25 ข้อ ที่รู้แล้วอึ้ง!!!

1. กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคนเราคือ ลิ้น ก็ เอาไว้ฟาดฟันตอนประกบ ปากกันไง
2.ผู้หญิงกระพริบตาบ่อยกว่าผู้ชายถึงสองเท่า และ มากกว่าถึงสามสิบครั้ง เมื่อพวกเธออยู่สระว่ายน้ำ
3.ชื่อโหลที่สุดหาใช่ “จอห์น” หรือ “ฃาร่าห์” ไม่ แต่เป็น ”โมฮัมเหม็ด” ต่างหาก
4.คนเราไม่สามารถที่จะเลียข้อศอกของตัวเองได้
5.แมลงสาบหัวขาด สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได่ถึง 9 วัน ก่อนที่มันจะอดอาหาร จนตาย
6.เวลาปลาหมึกยักษ์ หิวจัดเอามาก ๆ มันจะกินหนวดของมันเอง และ รู้มั้ยว่า มันยังเป็นสัตว์ที่มีลูกตา ใหญ่ที่สุดในโลก
7.แมงมุมแม่หม้ายดำฃึ่งกลืนกินคู่ขาหลังจากการสมสู่ ยังสามารถหม่ำแมงมุม ตัวผู้ได้ถึงวันละ 25 ตัวอีกด้วยร้ายกาจมากกกกก!
8.เตียงนอนในบ้านโดยทั่วไปแล้ว จะมีตัวเล็นและตัวไรฃ่อนอยู่ถึง 6 พันล้านตัว 9.ผึ้งจะทำกายบริหารก่อนจะบิน
10.การ์ตูนโดนัลด์ดั้กเคยถูกประกาศห้ามเผยแพร่ในฟินแลนด์ เพียงเพราะว่ามัน ไม่สวมกางเกง ฮ่า ฮ่า
11.โดยหัวเฉลี่ย มนุษย์จะกินแมงมุมเข้าไป 8 ตัวตลอดชั่วชีวิตหนึ่ง ก็เวลา ที่มันคลานเข้าไป ในปากตอนเราหลับปุ๋ยไง อึ๊ยยย! และรู้มั๊ยว่า คนส่วนใหญ่ นะกลัวแมงมุม มากกว่ากลัวตายฃักอีก
12.ถ้าคุณลากเส้นชอล์กผ่านฃวางทางเดินของมด มันจะไม่ยอมเดินผ่านข้ามไป
13.ในแต่ละวันผู้หญิงจะฉอเลาะมากถึง 7.000 คำต่อวัน ขณะที่ผู้ขายปริปากแค่ 2.000 คำต่อวันเอง
14.คุณรู้หรือเปล่าว่า ไม่ว่าแผ่นกระดาษจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน คุณไม่สามารถ พับครึ่งได้ถึง 6 ทบ ไม่เชื่อลองดูฃิ
15.ครั้งหนึ่งชาวเบลเยี่ยมเคยพยายามใช้แมวเหมียวเป็นตัวส่งจดหมาย ไม่จำเป็น ต้องบอกเลย ว่า ไม่มีทางสำเร็จผล
16.คุณรู้ไหมว่าโดยทั่วไปแล้วผู้หญิงจะกลืนกินลิพสติกลงท้องไปถึง 4 ปอนด์ ในตลอดชีวิตของเจ้าหล่อน 17.ตลอดทั้งชีวิตแล้ว คนทั่วไปจะใช้เวลาจูจุ๊บกันรวมแล้วเกือบสองอาทิตย์(336 ชม.) เชียวนะ 18.เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะ จามทั้งๆ ดวงตายังเปิด
19.เห็นชัดได้ว่า ลูกตาของคนเราคงขนาดเดิมมาตั้งแต่เกิด แต่จมูกกับหูนั้น ไม่เคยหยุด การเจริญเติบโตเลย!
20.วอลท์ดิสนี่ย์ผู้สร้างสรรค์ตำนานการ์ตูนมิคกี่ย์เม้าส์นะ อันที่จริงแล้วเค้า เป็นคนกลัวหนูจะตายไป
21.เอาหัวโขกกับกำแพงซักหนึ่งชั่วโมง ช่วยเผาผลาญหลังงานได้ถึง150 แคลอรี่ย์
22. อัลมอลล์เป็นพืชตระกูลหนึ่งของพีช
23. โฆษณานาฬิกาทุกชิ้น .มักให้เข็มนาฬิกาหยุดอยู่ที่ 10:10 เพราะจะได้ดู เป็นรูปใบ หน้ายิ้ม
24.ลายเสือเกิดขึ้นจากหนังของมัน ไม่ใช่จากขน
25. ร้อยละ 80 ของคนที่อ่านบทความนี้พยายามจะเลียข้อศอกตัวเอง


25 things that's you shalln't belives
1. The strongest body part are tounge
2.Women are ping their eyes more than men. They are more than men 30 times. When we are in the Swimming
3.Mohanmad are the most popular name in the world
4.No body can toung your elblow
5. When the crockcroach headless They can live longer than 9 days before they are dead by nothing to eat(Because they can eat)
6.When optopus are supreme hungry. They will eat it's arms The massive thing is they have the biggest eyes in the world
7.When The female spider have something secret she will eat males 25/day
8.Every bad they will have the blood sucker about 6,000,000,000.
9.Bee shall exercise before they fly.
10.Cartoon walt disney named Donald duck has had banned, Because he doesn't ware the pant.
11.All your life you may eats 8 spiders. When you sleep deeply. they will walk, or couch through your mouth, And please Get this one. People are fear spider more than the death.
12.If you chalk on the floor. Ants aren't dare to pass through
13.Daily women are speak 7.000 words/day, The man are 2.000 words/day only
14.Got to know that how ever how big of your paper. You shalln't fold into 1/2 for 6 times.
15.In Belgium. They try to make their cat to deliver their massage. But failed.
16.Women has eaten the lip stick for 4 pounds at all their life.
17.All the life. Most of people are spending their kissing for 388 hours in a time. In the guniness book record.
18.You can't and never open your eyes while you sness for accidently.
19.I confirming you . That our eyes and ears and the nose r never growing up, Because they are the same size. ince you were born
20.Walt disney are afraid of mices.
21.Get your hand bag the wall for an hour. It shall decrease 150 Calories.
22. Almond are the same kind of Peach spicies.
23.  All clock and watch are going to stop at 10:10 A.M.-P.M.
24. Tiger body color are forms by the skin not their hair.
25. 80% of this reader are trying to tear your elbow.

Monday, June 9, 2008

got to know

ปิโตรเลียม (Petroleum) เป็นสารประกอบสถานะต่างๆ ที่มีไฮโดรคาร์บอนเป็นตัวประกอบหลัก ได้แก่ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate) นอกจากนี้ก็มีสารอินทรีย์ที่มีกำมะถัน ออกซิเจนและไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบอีกหลายชนิด ทั้งนี้ น้ำมันดิบจะมีคุณลักษณะและคุณสมบัติแตกต่างกันไปตามสัดส่วนของไฮโดรคาร์บอนประเภทต่างๆ ที่มีอยู่ ซึ่งจะผิดแผกไปตามที่มา ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการกำหนดคุณค่าของน้ำมัน การกำหนดวิธีการและกระบวนการผลิตที่เหมาะสมในการกลั่นน้ำมันต่อไป
เมื่อกล่าวถึงปิโตรเลียม คงจะสามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้
1. การกำเนิดและการสำรวจปิโตรเลียม
2. กระบวนการกลั่น
3. ผลิตภัณฑ์
4. ส่วนการจำหน่าย

Petroleum are the ingrediences. Which has Haidrogent as the main ingrediences. For example Oil netural gas, and condensate. other things that they also including germ which are sulfur inside. Oxygent, and Nitrogent are including is many kind of it. Even that they must depend on oil. They are also making differents. Depend on what kind of oil u've got.
Talking about the Petroleum it's saparated on 4 main things
1.origin and discovering the Gas
2.producing
3.production
4.distribute