Can't find it? here! find it

Showing posts with label infantry. Show all posts
Showing posts with label infantry. Show all posts

Thursday, May 21, 2009

German tank: Pzkw V Panther V

Pzkw V Panther แพนเซอร์ 5 สมญานาม แพนเธอร์(เสือดำ)

หนึ่งในตำนานรถถังของนาซีเยอรมัน โดยการออกแบบเริ่มในปี1941 เมื่อเยอรมันบุกรัสเซีย และไปพบกับรถถังแบบ ที-34 ของรัสเซีย ที่มีความเร็วสูง ติดปืนที่ทรงอานุภาพ สายพานกว้างเกาะถนนได้ดี และลักษณะพิเศษคือ มีเกราะที่ลาดเอียง มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความหนาของเกราะโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดเกราะ และยังช่วยลดการปะทะโดยตรงของกระสุนปืน ทำให้ฝ่ายเยอรมันตกใจในอานุภาพที่สูงส่งของที-34มาก เมื่อยึดรถถังรุ่นนี้ได้ในสนามรบ จึงได้นำมาศึกษา และต้องการผลิตรถถังแบบที-34 ให้ได้ แต่ทว่า การผลิตรถถังเลียนแบบที-34นั้น เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ จึงต้องออกแบบรถถังใหม่โดยให้คุณลักษณะแบบที-34

และสิ่งที่ได้จากทดลองผลิตคือ รถถังแบบ แพนเซอร์ 5 หรือแพนเธอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนที-34 แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือ ขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย เกราะที่หนากว่า และติดตั้งปืนใหญ่75มม. L70 ลำกล้องยาว ซึ่งมีอานุภาพการทำลายล้างที่เหนือจินตนาการอย่างมาก สามารถยิงเจาะเกราะได้ลึกมาก และยิงต่อต้านรถถังได้ไกลกว่า2,000เมตรอย่างแม่นยำ ไกลกว่ารถถังทุกรุ่นของพันธมิตรและโซเวียต

แพนเธอร์เริ่มการผลิตในปี1943 แต่เนื่องจากต้องเร่งรีบผลิตออกสู่สมรภูมิ เพราะโซเวียตเริ่มการตีโต้กองทัพเยอรมัน และกำลังรบรถถังของโซเวียตที่มีจำนวนอันประมาณไม่ได้ ได้ถาโถมเข้าสู่แนวรบของเยอรมันอย่างหนัก เยอรมันจึงต้องรีบผลิตแพนเธอร์ออกสู่สนามรบโดยเร็ว ทำให้มีปัญหาด้านเครื่องยนต์ รถถังบางคันเครื่องยนต์เสียหายทันทีหลังออกสู่สมรภูมิไม่นาน และในการรบที่เมืองเคิร์ซ ปี1943 รถถังแพนเธอร์จำนวนมากเครื่องยนต์ขัดข้อง ทำให้แสดงความสามารถในการรบไม่ดีนัก แต่ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ก็ถูกแก้ไขในภายหลัง

แต่ในแนวรบด้านตะวันตก แพนเธอร์ กลับมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยรถถังหลักของพันธมิตรไม่อาจต้านทานได้เลย โดยในการรบที่นอร์มังดี้ ฝรั่งเศสในปี1944 รถถังแพนเธอร์ของเยอรมันได้สังหารรถถังเชอร์แมนของสหรัฐไปเป็นจำนวนมากไม่ แพ้รถถังไทเกอร์เลยทีเดียว

แต่เนื่องจากรถถังเป็นรถถังที่ออกแบบดีมาก ทำให้ต้องการช่างเทคนิคที่มีความชำนาญสูง ทำให้ผลิตรถถังแพนเธอร์ได้ไม่มากนัก อีกทั้งช่วงปลายสงคราม กองทัพอากาศพันธมิตรยังได้ทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานผลิตอาวุธของเยอรมันอย่าง หนัก ทำให้ผลิตรถถังออกมาได้น้อย แต่เพราะการออกแบบอันยอดเยี่ยมนี่เอง ทำให้แพนเธอร์ เป็นต้นแบบการผลิตรถถังของโลกเสรีและโลกคอมมิวนิสต์ในเวลาต่อมา

ข้อมูล

หนัก--45ตัน

ยาว--6.87เมตร เมื่อรวมปืนยาว8.66เมตร

สูง-- 2.99เมตร

กว้าง--3.42เมตร

พลประจำรถ---5นาย

เกราะหนา--15-120มม.

อาวุธ--- หลัก- ปืนใหญ่ลำกล้องยาว 75มม. L70 อาวุธรอง ปืนกลMG-34 ขนาด7.92มม. 2กระบอก

ความเร็ว--46-55กม./ชม.

พิสัยทำการ-- 250กิโลเมตร

German tank: Panzer 4


Pzkw IV แพนเซอร์ 4
           เป็นรถถังที่เป็นกระดูกสันหลังแห่งกองทัพรถถังของเยอรมันอย่างแท้จริง มีความคล่องตัวสูง มีอานุภาพทำลายสูง
รถรุ่นนี้เริ่มออกแบบในปี1934 เมื่อนายพลเอก ไฮนซ์ กูเดเรียน เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกเยอรมัน ต้องการรถถังหลักที่มีน้ำหนักไม่เกิน24ตัน ความเร็วไม่ต่ำกว่า35กม./ชม. เพื่อใช้ในภารกิจต่อต้านทหารราบและยานยนต์ และติดตั้งปืนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งผลที่ได้ขั้นแรกคือ แพนเซอร์ 3 และแพนเซอร์ 4 ก็ปรากฏตัวออกมาในปี1937 ในรุ่นผลติจำนวนแรกๆ37คัน และก็มีการผลิตเป็นจำนวนมากตั้งแต่ปี1939
                 นอกจากจะใช้ระบบแหนบรองรับตัวถังแบบทอร์ชั่น บาร์ แบบแพนเซอร์ 3 แล้ว แพนเซอร์4 นั้น ได้ติดตั้งปืนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยช่วงแรกได้ติดปืนใหญ่ลำกล้องสั้นขนาด75มม. L24ซึ่งได้ใช้เป็นหัวหอกในการบุกฝรั่งเศสในปี1940 โดยแพนเซอร์ 4 มีอานุภาพสูงกว่ารถถังแบบเรอโนลและโซมัวของฝรั่งเศส และยังมีอำนาจการยิงที่สูงกว่ารถถังแบบ ชาร์ล BI ของฝรั่งเศสและรถถังแบบมาทิลด้าของอังกฤษด้วย แพนเซอร์ 4 รุ่นนี้ก็ยังได้ปฏิบัติการในแอฟริกาเหนือด้วย
ตั้งแต่ปี1941 แพนเซอร์ 4 ได้ติดตั้งปืนใหญ่75มม. L40 ที่มีลำกล้องยาวกว่าเดิมเพื่อเพิ่มระยะยิงและอำนาจการทำลาย แต่หลังจากการบุกรัสเซียในปี1941 เยอรมันได้เผชิญหน้ากับรถถังหนักแบบ เควี-1ซึ่งมีขนาดใหญ่และเกราะหนากว่าแพนเซอร์4 และรถถังกลางแบบ ที-34 ของโซเวียต ซึ่งมีอานุภาพสูงจนน่าตกใจ ฝ่ายเยอรมันจึงได้พัฒนาปืนใหญ่ลำกล้องยาว 75มม. L48 มาใช้งานในแพนเซอร์ 4 ซึ่งมีอานุภาพสูงกว่าปืนของรถถังโซเวียต จนกระทั่งเวลาต่อมาเยอรมันได้ผลิตรถถังแบบ แพนเธอร์ มาทดแทนแพนเซอร์4
แพนเซอร์ 4 ถือว่าเป็นรถถังกำลังหลักของเยอรมันอย่างแท้จริง เพราะมีอานุภาพสูง ใช้งานง่าย เครื่องยนต์คงทน ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับรถถังหลักของอเมริกาแบบ M-4 เชอร์แมน และรถถัง ที-34 ของรัสเซีย และถูกผลิตออกมาเรื่อยๆจนจบสงครามเป็นจำนวนกว่า9,000คัน และกองทัพบกซีเรีย ยังได้ใช้รถถังรุ่นนี้ในช่วงหลังสงครามต่อมาด้วย
ข้อมูล
หนัก--24-28ตัน
ยาว--5.89เมตร
กว้าง-- 2.88เมตร
สูง---2.66เมตร
พลประจำรถ--5นาย
เกราะหนา--10-80มม. สามารถเสริมเกราะกระโปรงป้องกันป้อมปืนและสายพานได้
อาวุธ --- หลัก - ปืนใหญ่75มม. ลำกล้องสั้น ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นปืน75มม. ลำกล้องยาว อาวุธรอง ปืนกล MG-34 ขนาด7.92มม. สองกระบอก
พิสัยทำการ--300กิโลเมตร
ความเร็ว --- บนถนน 40กม./ชม. ในภูมิประเทศ 20กม./ชม.

Wednesday, May 6, 2009

Hitler's hand:Dr. Joseph Goebbels

ดร. โจเซฟ เกิบเบิลส์(Joseph Goebbels) ผู้เปรียบดุจแขนซ้ายของฮิตเลอร์
จากเด็กหนุ่มผู้ยากจนแต่มีความอดทนใความมุมานะอย่างสูง อันเป็นลักษณะในตัวของเขาประกอบกับความที่เป็นคนซื่อสัตย์และมีอัจฉริยภาพทางด้านความคิดเป็นเลิศ และที่กล่าวมาแล้วนี้ก็มิใช่ใครที่ไหน เขาคือ ดร.โจเซฟ เกิบเบิลส์ นั่นเอง ถ้าเปรียบแล้วเขาก็เป็นดุจดังแขนของผู้นำแห่งอาณาจักรไรซ์
29 ตุลาคม พ.ศ.2421 (ค.ศ. 1878) คือวันที่เขาถือกำเนิด ณ เมืองไรท์ ประเทศเยอรมนี จากครอบครัวชาวนาในชนบท ซึ่งสภาพทางครอบครัวก็อยู่ในฐานะยากจน แต่จากความที่ตนเองนั้นเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรเป็นทุนอยู่แล้วและก็รักความก้าวหน้าในชีวิต ทำให้เขาซึ่งขณะเรียนอยู่นั้นสามารถสอบชิงทุนของรัฐบาลได้ และเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เมื่อได้มีโอกาสศึกษาต่อแล้ว




เกิบเบิลส์ทุ่มเทในหน้าที่การเรียนอย่างหนักจนต่อมาอีกไม่กี่ปีเขาก็สามารถสำเร็จการศึกษาขั้นสุงสุดในระดับปริญญาเอก ในสาขาประวัติศาสตร์วรรณคดีจากมหาวิทยาลัยไฮเดนเบิร์กอย่างน่าภาคภูมิใจด้วยความมุมานะของตนเองในที่สุด
เมื่อจบจากมหาวิทยาลัยมาแล้วก็หันมาประกอบอาชีพในด้านสาขาที่ตนสำเร็จเช่นเป็นนักเขียน นักประพันธ์ และนักข่าวมาระยะหนึ่งแต่ต่อมาไม่นานช่วงนันเองเหตุการณ์บ้านมืองของประเทศเยอรมนีในขณะนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองอยู่ และก็มีพรรคการเมืองและก็มรพรรคการเมืองอยู่พรรคหนึ่งซึ่งชื่อว่า พรรเยอรมันนาซี (naze) หรือ “พรรคเยอรมันเนชั่นโซเซียลลิสต์” เพิ่งจะถูกก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ทำให้เป็นช่วงที่พรรคกำลังทำการขยายมวลชนและประชาสัมพันธ์ให้พรรคนั้นเป็นที่รู้จักต่อสาธารณชนชาว








เกอเบิ้ลกับการกล่าวสุนทรพจน์

          เยอรมันและก็เป็นช่วงที่พรรคทำการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคอีกด้วยจากการติดตามความเคลื่อนไหวและนโยบายของพรรคอยู่ตลอดเวลานั้น ทำให้เกิบเบิลส์ให้ความสนใจต่อพรรคเยอรมันนาซีเป็นอย่างมาก และอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ ดร.เกิบเบิลส์ตัดสินใจกระโจนเข้าสู่การเป็นสมาชิกพรรคเยอรมันนาซีก็คือ การที่เขาได้มีโอกาสเข้าฟังการกล่าวปราศรัยของฮิตเลอร์ ปรากฏว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ ฮิตเลอร์ทำให้เกิบเบิลส์เกิดความศรัทธายิ่งนัก จนทำให้เขาตกลงใจสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคเยอรมันนาซีในทันทีโดยไม่ลังเล
เมื่อได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคแล้วเขาได้รับความไว้วางใจจากฮิตเลอร์ให้เข้ามาทำในด้านการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ภายในพรรค ด้วยความสามารถอันอัจฉริยะด้วยแล้วเขาได้สร้างผลงานด้านต่าง ๆ ที่โดดเด่นหลายชิ้นให้แก่พรรคจนสามารถประกาศเผยแพร่พรรคและนโยบายของพรรคจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจนนำไปสู่ชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งต่อมา
เกิบเบิ้ลและครอบครัว ซึ่งเขาฆ่าตัวตายพร้อมกัีบครอบครัวของเขาไปพร้อมๆกับฮิตเลอร์

          เมื่อพรรคเยอรมันนาซีได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งจนได้เป็นรัฐบาลแล้ว จึงได้มีดำริจากฮิตเลอร์ว่า ควรจะมีการก่อตั้งหน่วยงานด้านการสื่อสารขึ้นให้มีความถาวรและเป็นเอกภาพจึงได้ก่อตั้ง “กระทรวงโฆษณาแถลงข่าวและโฆษณาชวนเชื่อ” ผู้ที่ควรจะมาดำรงตำแหน่งอันทรงอิทธิพลแห่งนี้ได้ต้องเป็นผู้ที่ต้องมีความสามารถอย่างยิ่ง ด้วยผลงานอันโดดเด่น ที่ผ่านมาได้ประจักษ์ผลมาอย่างเด่นชัดแล้ว ทำให้ฮิตเลอร์ได้มอบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาประชาสัมพันธ์ชวนเชื่อนี้ให้แก่เกิบเบิลส์เป็นผู้ควบคุม
ด้วยการที่เป็นผู้มีประสบการณ์ในด้านนี้มานานแล้ว เกิบเบิลส์ได้ผลิตสื่อและผลงานของเขาเป็นที่โดดเด่นเพื่อประโยชน์สูงสุดของพรรคและปฏิบัติภารกิจของตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อพรรคและนายของเขามาตลอดช่วงของสงครามอย่างไม่เคยเปลี่ยน ทำให้เขาได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากนายของเขาคือฮิตเลอร์เป็นอย่างมากที่สุดในบรรดาคณะพรรคนาซี จึงไม่แปลกเลยที่หากว่าฮิตเลอร์ไป ณ ที่ใด มักจะปรากฏร่างของเกิบเบิลส์เคียงข้างเขาไปทุกหนทุกแห่งจนกระทั่งทั้งสองจบชีวิตลงในที่สุด
แม้กระทั่งในช่วงสุดท้ายของชวิตก็ตาม ในช่วงที่สงครามโลกจะยุติลงด้วยความพ่ายแพ้ของเยอรมัน ในขณะที่บรรดา คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่หรือบุคคลใหญ่ ๆ ของพรรคก็ต่างละทิ้งฮิตเลอร์ หนีเอาตัวรอดกันทั้งนั้น แต่ปรากฏว่าเกิบเบิลส์แม้มีโอกาสเช่นกันแต่เขาก็ไม่คิดจะทอดทิ้งนายของเขาเลย เพราะเขาพร้อมที่จะเป็นหรือตายอยู่กับนายของเขาได้ตลอดเวลา
จนในที่สุดฮิตเลอร์ตัดสินใจยิงตนเองกับภรรยาจนเสียชีวิต เกิบเบิลส์เองก็ตัดสินใจทำตามแบบนายของตนโดยการ กรอกยาพิษให้ลูกของตนจนตายทั้งหมด 6 คน แล้วจัดการตนเองกับภรรยาด้วยการยิงตัวตายตามกันหมดทั้งครอบครัว ตามนายฮิตเลอร์ของเขาไปตลอดกาลชั่วนิรันดร์ เมื่อ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) อย่างน่าเศร้าสลด



“ปีนให้ไกล ปีนให้สูง
เป้าหมายอยู่บนฟ้า จุดเล็งอยู่ที่ดาว”
Climb away, high arms at the sky spot at the star
(คำจารึก วิทยาลัยวิลเลียมส์)

Wednesday, February 11, 2009

Japanese infantry+uniform(2)







พวกเขา......คือนักรบผู้แสนสุขุมเยือกเย็น
พวกเขา.......คือสัญลักษณ์ของความไม่กลัวใครหรืออะไรแม้ความตาย
พวกเขา.........คือผู้รับใช้โอรสแห่งสุริยันและสุริยเทพอะมาเทระทสึ เทนโนเฮนดะ
พวกเขา..........คือผู็ซื่อสัตย์ต่อโอรสแห่งสุริยันและสุริยเทพอะมาเทระทสึ เทนโนเฮนดะ
พวกเขา...........คือผู้สืบเชื้อสายจากอัศวินหรือซามูไร
พวกเขาถูกเรียกรวมๆว่า นักรบแห่งจักรวรรดิ
天皇武太tennnobutai-imperial soldier. พวกเขาอาจจะไม่มีกลุ่มหรือหน่วยรบที่เป็นทางการเหมือนเยอรมันก็จริงอยู่แต่พวกเขามีสถานะเหมือนกันคือสู้ัเพื่อจักรวรรดิ

Japanese infantry+uniform







พวกเขา......คือนักรบผู้แสนสุขุมเยือกเย็น
พวกเขา.......คือสัญลักษณ์ของความไม่กลัวใครหรืออะไรแม้ความตาย
พวกเขา.........คือผู้รับใช้โอรสแห่งสุริยันและสุริยเทพอะมาเทระทสึ เทนโนเฮนดะ
พวกเขา..........คือผู็ซื่อสัตย์ต่อโอรสแห่งสุริยันและสุริยเทพอะมาเทระทสึ เทนโนเฮนดะ
พวกเขา...........คือผู้สืบเชื้อสายจากอัศวินหรือซามูไร
พวกเขาถูกเรียกรวมๆว่า นักรบแห่งจักรวรรดิ

Wednesday, February 4, 2009

WW2:Cartoon Propaganda

WW2:Cartoon Propaganda การ์ตูนชวนเชื่อ
Japanese side
This is Cartoon propaganda Be4 invade Qingdhao, China written style were still USA written style
การตูนชวนเชื่อเรื่องนี้เขียนก่อนที่จะบุกซึงเต่า ประเทศจีนสมครามโลกครั้งที่๒ ลายเส้นยังคงเหมือนอเมริกามากๆ

จะเน้นญี่ปุ่นเป็นหลัก

Tuesday, February 3, 2009

Got to know about the history of WW2:Nazi side

เกร็ดความรู้ประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง:ฝ่ายเยอรมัน


ทหารเยอะที่สุดในเยอรมัน :เบอร์ลิน

ใช้อาวุธเชื้อโรคโจมตีมากที่สุด-โปแลนด์

ฆ่ามากที่สุด-ชาวยิว

ถูกฆ่ามากที่สุด- โปแลนด์ ออสเตรีย

สมรภูมิสำคัญ-สตาลินกราด ซีโลว์ นอร์มังดี โปแลนด์ ลอนดอน แอลจีเลีย

เยอรมันโจมตีฝ่ายพันธมิตร(อังกฤษ ฝรั่งเศส)เพราะ- ต้องการจะแก้สนธิสัญญาแวซาย ซึ่งเป็นสนธิฯที่ใช้เอาเปรียบเยอรมันซะส่วนมาก

จำนวนทหารที่ถูกฆ่า 5,533,000 คน

วีรบุรุษผู้พิชิตประเทศฝรั่งเศสให้กับเยอรมัน-Carl von Clausewitz(ผู้ที่นำแนวหน้าของกองบริสเซอร์คริึคหรือหน่วยโจมตีสายฟ้าแลบ)

วีรบุรุษผู้พิชิตประเทศโซเวียต(รัสเซีย)ให้กับเยอรมัน-Heinrich Amsel
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของอาณาจักรไรซ์ในเรื่องการขยายเผ่าอารยันมากที่สุด-Heinrich himler(พี่ชาย)
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของอาณาจักรไรซ์ในเรื่องการรบมากที่สุด-จอมพล เกอร์ริง
เรือรบที่แข็งแกร่งที่สุดในเยอรมัน-เรือรบบิสมาร์ค


รถถังที่ดีที่สุด-ไทเกอร์



มีมากที่สุด-แพนเซอร์



รถถังลับ


ฝูงบินเยอรมันที่สร้างชื่อให้กับญี่ปุ่นและมีผลต่อประวัติศาสตร์เยอรมันมากที่สุด-เครื่องบินWulf FW 190

อาวุธลับที่เยอรมันได้นำมาใช้ในสงคราม-ปืนยิงลม เครื่องบินรบไอพ่น(แต่มีไม่มากเลยแพ้)


ปืนที่มีมากที่สุดใช้มากที่สุดและใช้ร่วมรบในกองทัพเยอรมัน(นานที่สุด)ในสมัยสงครามโลกครั้งที่1และ2-Kar98 กับ GEWEHR 98


ปืนกลทหารราบเคลื่อนที่ดีที่สุดและสร้างประสิทธิภาพให้กับเยอรมัน-mp40,fg42,STG42,MP42,MP45หรือMP50???(ปืนกลหนักพกพาได้)

ผมขอโทษที่ไม่ได้ลงรูปปืนเพราะทางเบื้องบนไม่อนุญาติ

Sunday, January 4, 2009

Japan flag



JAPAN FLAG
ประวัติธงฮิโนะมะรุ
มี ตำนานเล่าว่าธงฮิโนะมะรุถือกำเนิดขึ้นในระยะที่มองโกลรุกรานญี่ปุ่น(日本)ช่วง พุทธศตวรรษที่ 18(十八) โดยพระภิกษุในพระพุทธศาสนารูปหนึ่งชื่อนิชิเร็น ได้คิดแบบธงพระอาทิตย์นึ้ขึ้นถวายสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น(日本) ซึ่งเป็นที่นับถือจากชาวญี่ปุ่น()ว่าทรงสืบเชื้อสายมาจากสุริยเทวีอามาเทรา สุ ในความจริงแล้ว เป็นที่รู้กันว่าสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์มีอยู่ในพัดญี่ปุ่น(日本)ของพวกซามูไร ช่วงพุทธศตวรรษที่ 17(十七) และใช้กันทั่วไปในธงรบของซามูไรในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 - 21 ซึ่งเป็นยุครณรัฐ (ยุคเซงโงะกุ) เมื่อประเทศญี่ปุ่น(日本)เปิดประเทศค้าขายกับชาติตะวันตก(西)ในวันที่ 7(七日) สิงหาคม(八月) พ.ศ. 2397(二千三百九十七) ธงฮิโนะมะรุจึงเริ่มมีฐานะเป็นธงราชการที่ใช้ชักบนเรือ(ふね)ญี่ปุ่น(日本)ทั้ง หมดต่อมาใน พ.ศ. 2411(二千四百十一) ตรงกับรัชสมัยเมจิ ธงฮิโนะมะรุก็ได้รับการพิจารณาให้ใช้เป็นธงชาติในเชิงปฏิบัติ (de facto national flag) และมีการรับรองให้ใช้เป็นธงสำหรับเรือค้าขายของเอกชน

(civil ensign) ตามพระบรมราชโองการเลขที่ 57(五十七) ลงวันที่ 27(二十七日) มกราคม(一月) พ.ศ. 2413 (二千四百十三年) อย่างไรก็ตาม ธงนี้ก็ยังมิได้มีการรับรองเป็นธงชาติอย่างเป็นทางการ ตราบจนวันที่ 13(十三) สิงหาคม(八月) พ.ศ.
2542(二千五百四十二年のお寺年) จึงได้มีพระบรมราชโองการเลขที่ 127(百二十七番の天王) รับรองให้ใช้ธงฮิโนะมะรุเป็นธงชาติตามกฎหมาย และกำหนดสัดส่วนธงไว้ว่า เป็นธงรูปสีเหลี่ยมผืนผ้า พื้นสีขาว กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ตรง
กลางเป็นรูปดวงกลม(丸い=まるい)สีแดง(赤い=あかい) มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 3 ใน 5 ส่วน ตามความกว้าง(広い)ของธง