Can't find it? here! find it

Showing posts with label weapon. Show all posts
Showing posts with label weapon. Show all posts

Wednesday, June 17, 2009

The Tactic in Battle of Iwojima(ยุทธวิธีการรบในสมรภูมิอิโวจิม่า)

ยุทธวิธีการรบในสมรภูมิอิโวจิม่า
(The Tactic in Battle of Iwojima)

ใน สมรภูมิอิโวจิม่า นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุทธวิธีการรบของโลก เมื่อนายพลคูริบายาชิ ได้ใช้ยุทธวิธีการรบจากใต้ดินกับสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ฝ่ายสหรัฐต้องสูญเสียอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในสมรภูมิด้านแปซิฟิก เชื่อว่าหลายๆท่านที่ได้อ่านเรื่อง สมรภูมินรกอิโวจิม่า ไปแล้ว คงจะอ่านไปงงไป เพราะมีแต่ตัวหนังสือ และคิดว่าญี่ปุ่นตั้งรับสหรัฐอย่างไร? ผมจึงได้ตั้งหัวข้อเรื่องนี้แยกออกมาอีก เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพ(ซึ่งก็เป็นภาพจริงๆ)และเข้าใจได้อย่างแจ่ม แจ้งมากขึ้น

เปลี่ยนชายหาดให้กลายเป็นลานประหาร

ที่ ขึ้นหัวเรื่องมาแบบนี้ ก็เพราะว่านายพลคูริบายาชิท่านตั้งใจเช่นนั้นจริงๆครับ ในตอนแรกนั้นนายทหารญี่ปุ่นที่อยู่บนเกาะอิโว ตั้งใจที่จะขุดสนามเพลาะตั้งรับ กันตั้งแต่ที่ชายหาดนั้นเลยทีเดียว เพราะตามหลักการตั้งรับในแปซิฟิกเดิม ของฝ่ายญี่ปุ่นนั้นจะต้องตั้งรับตั้งแต่ชายหาด ไม่ให้ศัตรูยึดหาดได้ แต่พอท่านนายพลคูริบายาชิมาถึง กลับสั่งให้เลิกขุดสนามเพลาะซะงั้น? ( พลทหารที่ขุดเลยเหนื่อยฟรี ) พวกนายทหารญี่ปุ่นโมโหกันใหญ่ ผมคิดว่าท่านนายพลคูริบายาชิคิดถูกครับ เพราะอะไรน่ะเหรอครับ?

นั้นก็เพราะว่าการให้ทหารญี่ปุ่น มาตั้งรับกันที่ชายหาดนั้น ไม่ได้มีความคุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเช่น
1. สามารถถูกเรือรบของอเมริกัน ยิงถล่มด้วยปืนใหญ่ให้สูญสิ้นไปได้ในพริบตา
2. ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถต้านทานการยกพลขึ้นบก ของสหรัฐที่มีกำลังพลจำนวนมหาศาลได้ (มากกว่าฝ่ายญี่ปุ่นหลายเท่านัก) ทำให้เป็นการเสียกำลังพลไปโดยเปล่าประโยชน์

ด้วย เหตุผลข้างต้นก็เพียงพอแล้ว ที่สมควรจะเปลี่ยนยุทธวิธีตั้งรับกันเสียใหม่ นายพลคูริบายาชิจึงเปลี่ยนแผนซะใหม่ ไปเป็นการตั้งรับเชิงลึก นั้นก็คือการที่ปล่อยให้ฝ่ายอเมริกัน ยึดชายหาดได้อย่างง่ายดาย แล้วรอให้ศัตรูเข้ามาลึกเรื่อยๆ ฝ่ายตั้งรับจึงจะเริ่มทำการยิง ผลก็คือทหารสหรัฐที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน และกระจุกกันอยู่ที่ชายหาด ไม่มีทางจะหนีรอดคมกระสุนของทหารแห่งจักรวรรดิ์ญี่ปุ่นไปไหนได้เลย แผนภาพดังต่อไปนี้จะแสดงการตั้งรับชายหาดบนเกาะอิโวให้ได้ชมกันครับ ( มีภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Flags of Our Fathers และ Letters from Iwo Jima ประกอบอยู่ด้วยครับ)



คลิกเพื่อขยายครับ

จาก รูปประกอบจะเห็นว่า ชายหาดบนเกาะอิโวนี้เป็น กับดักหนูเจอรี่สหรัฐโดยแท้ เส้นสีแดงแสดงให้เห็นว่ายิงปืนมาจากจุดไหนบ้าง ส่วนแถบสีส้มๆในภาพนั้นคือจุดที่นาวิกโยธินสหรัฐยกพลขึ้นบกครับ ทั้งปืนใหญ่และรังปืนกล ล้วนถูกฝังเข้าไปในดินอย่างแข็งแรง เป็นการยากที่จะสังเกตเห็นจากเครื่องบินตรวจการณ์ของสหรัฐ บังเกอร์ปืนกลอยู่ใต้ดงหญ้าแห้งๆของเกาะ และมีหน้าต่างเปิดปิด ถึงจะเปิดหน้าต่าง ก็เป็นการยากที่ทหารสหรัฐจะสังเกตเห็นได้ การยกพลขึ้นบกของสหรัฐครั้งนี้ จึงเป็นการมาแบบไม่รู้เลยว่าญี่ปุ่นจะมาไม้นี้ เลยต้องเสียท่า โดนเก็บไปเป็นจำนวนมากบนชายหาดของเกาะนี้

ยอด ซูริบาชิเป็นจุดที่ได้เปรียบที่สุดเพราะเป็นที่สูง สามารถระดมยิงสหรัฐได้ทั่วทั้งเกาะ และยังมีปืนต่อสู้อากาศยาน ไว้ยิงเครื่องบินของสหรัฐที่ทำการสนับสนุนในระดับต่ำให้กับนาวิกโยธินด้วย รวมแล้วนาวิกโยธินบนชายหาด ถูกยิงทั้งจากด้านหน้า ปีกซ้าย และปีกขวา จนไม่รู้จะยิงไปทางไหนดี ได้แต่นอนหมอบหน้าฟุบอยู่กับหาด และพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ การยิงปืนใส่รังปืนกลญี่ปุ่นก็ไม่ใคร่จะได้ผลนัก เพราะรูเล็กเหลือเกินและยิงรัวกดดันจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น เลยต้องใช้วิธีการใช้ฮีโร่ทหารกล้าเข้าไปใช้ระเบิดยัดเข้าไป ไม่ก็ให้พลปืนพ่นไฟวิ่งเข้าไปทางมุมอับของรังปืนกล แล้วพ่นพระเพลิงย่างสดทหารญี่ปุ่น แบบย่างไก่เทอริยากิ ซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็เสี่ยงๆทั้งนั้น

นอก จากปืนใหญ่จะใช้ยิงใส่ชายหาดแล้ว ยังสามารถยิงใส่เรือสหรัฐที่จะยกพลขึ้นบกได้ตั้งแต่ยังอยู่ในทะเลได้อีกด้วย แต่เมื่อญี่ปุ่นทำการยิงอย่างหูดับตับไหม้ก็เป็นการเปิดเผยตำแหน่งของตน เองอย่างชัดเจน ปืนใหญ่เรือสหรัฐเริ่มยิงถล่มบังเกอร์ปืนใหญ่ และปืนกลญี่ปุ่น รวมทั้งปืนใหญ่ที่ขนขึ้นเรือและดวลกับปืนใหญ่ญี่ปุ่นอย่างน่าอันตราย และเครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินที่ช่วยกันมาหย่อนระเบิดด้วย

ยุทธวิธียิงจากใต้ดิน

วิธี ที่ว่านี้ก็คือ การขุดดินลงไปเป็นหลุมบุคคลให้ลึกจนมิดหัวทหารญี่ปุ่น แล้วทหารญี่ปุ่นจะลงไปรอข้าศึกอยู่ใต้ดิน โดยมีการปิดฝาไว้อย่างมิดชิด ( พูดหยั่งกับฝาขวดน้ำปลาทิพย์รส ) และทำการพรางด้านบนไว้อย่างดี ด้วยใบไม้ใบหญ้า ไม่ให้ข้าศึกเห็น พอศัตรูมาก็โผล่หัวออกมานิดหน่อย ยิงไปสักนัดแล้วก็เผ่น หากท่านที่เคยชมภาพยนตร์เรื่อง windtalker ( เรื่องนี้อีกละ ) คงจะจำกันได้ที่ทหารญี่ปุ่นโผล่ขึ้นมาจากหลุมที่ว่านี้ โดยที่อยู่ใกล้นิโคลาส เคจ พระเอกในเรื่องพอดิบพอดี ( เรียกว่าเกือบเหยียบ ) ทหารในหลุมเลยโดนนิโคลาส เหยียบปืนยาวไว้แล้วจัดการกระหน่ำปืนกลไปนับไม่ถ้วนดับดิ้นคาหลุมนั้นเอง ในหนังเรื่อง Flags of Our Fathers เราก็ได้เห็นหลุมแบบนี้ด้วย ที่ทหารญี่ปุ่นเปิดฝาแล้วจัดการ ยิงปืนยาวใส่ทหารสหรัฐที่ยืนงงอยู่ดับไปหนึ่งราย วิธีนี้ทหารญี่ปุ่นใช้มานานแล้วครับ ก่อนหน้าสมรภูมิอิโวจิม่าซะอีก

เปรียบเทียบทหารราบของทั้งสองฝ่าย

ใน สมรภูมินี้เกิดการรบกันอย่างนองเลือด มีการเข้าประจัญบานโดยทหารญี่ปุ่นขึ้นอยู่บ่อยๆ ผมจะขอเปรียบเทียบข้อแตกต่าง ของทหารของฝ่ายอเมริกันและญี่ปุ่นเป็นข้อต่างๆดังนี้

เปรียบเทียบอาวุธประจำกาย

1.ปืนยาว ( Rifle )

เอ็ม1 กาแรนด์ (สหรัฐ)อาริซากะ ไทป์99 (ญี่ปุ่น)

ใน ข้อนี้ ฝ่ายอเมริกันได้เปรียบฝ่ายญี่ปุ่นอย่างมาก เพราะฝ่ายสหรัฐใช้ปืนยาวแบบกึ่งอัตโนมัติ ( Semi-Automatic-Rifle ) นั้นคือ เอ็ม1 กาแรนด์ นั้นเอง ปืนกระบอกนี้ สามารถทำการยิงได้อย่างต่อเนื่อง เร็วเท่าที่นิ้วจะลั่นไกได้ ในขณะที่ หทารญี่ปุ่นใช้ปืนยาวแบบลูกเลื่อน ( Bolt-Action-Rifle ) คือปืนยาวอาริซากะ แบบ 99 ซึ่งเมื่อทำการยิงไปได้นัดหนึ่งแล้ว ก็ต้องทำการดึงลูกเลื่อนถอยหลัง เพื่อคัดปลอกกระสุนออก และดันลูกเลื่อนกลับเข้าตำแหน่งเดิม ให้ลูกกระสุนใหม่ในแม็กกาซีน ( แบบในตัวปืน ) เข้าสู่ลำกล้อง เสียเวลาไปอย่างน้อยที่สุดก็ประมาณ 3-5 วินาที ( ลูกเลื่อนมันแข็งต้องเข้าใจ ถ้าดึงลูกเลื่อนได้เร็วแบบในเกมส์ก็คงจะดี )

ภาพประกอบการทำงานของปืนลูกเลื่อน



1.คัดปลอกกระสุนเปล่าออกจากลำกล้อง
2.กระสุนในแม็กกาซีนถูกสปริงดันเข้าสู่ลำกล้อง
เมื่อยิงเสร็จก็จะกลับไปทำตามวิธีข้อแรก

เรื่อง จำนวนกระสุนของปืนก็สำคัญ กาแรนด์บรรจุกระสุนได้คลิป ( คลิปแม็กกาซีนปืนนะครับ อย่าคิดเป็นอย่างอื่น ) ละ 8 นัด ในขณะที่อาริซากะบรรจุได้ 5 นัด ท่านๆอาจจะคิดกันว่าแค่กระสุน ปืนสหรัฐมากกว่าไป 3นัดมันดีกว่าตรงไหนกัน? ขอบอกเลยว่าดีกว่าไปหลายขุมเลยครับ เพราะปืนของญี่ปุ่นยิงได้ช้ากว่า และยังยิงได้แค่ 5นัด ในขณะที่ทหารสหรัฐยิงเอาๆได้ถึง 8นัด การเปลี่ยนแม็ก หรือป้อนกระสุนใหม่นั้น ก็ใช้เวลาน้อยกว่าอาริซากะและยังไฮเทคกว่าด้วย นั้นคือ เมื่อยิงกาแรนด์ไปจนหมดคลิปแล้ว คลิปกระสุนจะถูกดีดออกมาจากตัวปืนโดยอัตโนมัติ เสียงดังแช้งๆ แบบที่เห็นในเกมส์และในหนังสงครามโลกกันบ่อยๆ การป้อนกระสุนใหม่ก็แค่ดันคลิปกระเสุนใหม่เข้าไปเท่านั้น ส่วนทหารญี่ปุ่นนั้น จะรู้ตัวว่ากระสุนหมดก็เมื่อกดไกแล้วยิงไม่ออก ( นี่ดังแช้งๆเหมือนกัน เพราะไม่มีกระสุนแล้ว อุตสาห์เสียเวลาดึงลูกเลื่อนแต่ดันยิงไม่ออก )



การป้อนกระสุน (ในภาพเป็นปืนเซกาเซครับ )



ซ้าย คลิปกระสุนของกาแรนด์
ชวา คลิปกระสุนของอาริซากะ

จะ ป้อนกระสุนใหม่ก็ต้องดึงลูกเลื่อนให้ถอยออกมา แล้วก็กดคลิปกระสุน 5 นัด ที่ไม่มีกล่องปิดท้ายกระสุนไว้ให้ถูกสุขอนามัยแบบของกาแรนด์ ทำให้กระสุนสกปรกและเกิดการติดขัดได้ง่าย แถมต้องออกแรงดันให้กระสุนหลุดจากคลิปลงไปอยู่ในลำกล้องอีก เมื่อบรรจุเสร็จก็ต้องดันลูกเลื่อนกลับเข้าไป แล้วก็จัดศูนย์เล็งใหม่ ( ข้อนี้กาแรนด์ก็เป็นเหมือนกัน ) จุดที่เหมือนกันของปืนทั้งสองแบบนี้ก็คือ จะต้องทำการยิงให้กระสุนเกลี้ยงแม็กก่อน ถึงจะทำการบรรจุใหม่ได้ ด้วยความที่เป็นปืนที่บรรจุจากด้านบนทั้งคู่นั้นเอง คือพอยิงไปแล้วปืนจะทำการคัดปลอกกระสุนออก ( กาแรนด์คัดอัตโนมัติ อาริซากะคัดอัตโนมือ ) แล้วกระสุนที่อยู่ในแม็กจะขึ้นมาแทนที่ ทำให้บรรจุกระสุนใหม่ลงไปเพิ่มลงในแม็กไม่ได้นั้นเอง หากอยากให้มีกระสุนเต็มรังเพลิง ก็ต้องเสียเวลามานั่งดึงลูกเลื่อนเพื่อเอากระสุนออกมา แล้วก็บรรจุเข้าไปใหม่จนครบ ยกเว้นปืนบรรจุด้านบนที่มีแม็กกาซีน พวกนี้สามารถใส่กระสุนเพิ่มเข้าไปในแม็กได้ครับ



ภาพสาเหตุที่ปืนบรรจุจากด้านบนเพิ่มกระสุนลงไปในแม็กไม่ได้ เป็นเพราะแม็กกาซีนถอดไม่ได้
ลูกศรชี้ลงคือกระสุนใหม่ที่จะบรรจุลงไป ส่วนลูกศรชี้ขึ้นคือกระสุนในแม็กที่ดันตัวเองขึ้นมาอยู่
ในลำกล้อง ทำให้ใส่กระสุนใหม่เพิ่มเข้าไปไม่ได้ (กรณีปืนกาแรนด์นะครับ )

ส่วน ปืนแบบบรรจุกระสุนจากด้านล่าง ก็คือปืนไรเฟิลจู่โจมที่เราๆท่านพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนั้นเอง ก็เหมือนกับปืนบรรจุกระสุนด้านบนที่มีแม็กกาซีน คือเพิ่มกระสุนลงในแม็กกาซีน ข้อพิเศษของปืนพวกนี้คือ สามารถโกงจำนวนกระสุนได้1ลูก คือบรรจุกระสุนเข้าไปในลำกล้อง 1นัด แล้วค่อยใส่แม็กกาซีนที่มีกระสุนเต็มรังเพลิงเข้าไป แต่ก็อาจจะไม่นิยมเพราะกลัวติดลำกล้อง ส่วนเรื่องคุณภาพการผลิต( ไม่ผลิตแบบลวกๆเหมือนญี่ปุ่นที่ต้องรีบผลิต ) ความน่าเชื่อถือ ( ยิงแล้วไม่ขัด ) ผมยกให้กาแรนด์ครับ เรื่องวัสดุที่ใช้ผลิดปืนส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยไม้ทั้งคู่ จึงไม่รู้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน ( แต่ถ้าเอาพานท้ายฟาดใส่หน้ามันก็เจ็บกันทั้งคู่นั้นแหละ )



ภาพแสดงปืนแบบบรรจุจากด้านล่าง ที่มีลูกศรชี้ลงขวาคือกระสุนที่มีใน
ลำกล้อง ส่วนลูกศรขึ้นกับเครื่องหมายบวกคือสามารถเพิ่มกระสุนในแม็กได้

รูปภาพเปรียบเทียบจำนวนกระสุนของทหารทั้งสองฝ่าย
(ภาพจากสารคดีของHistory Channel)



ฝ่ายญี่ปุ่น



ฝ่ายสหรัฐอเมริกา

แผนการยึดเกาะอิโวของฮอลแลนด์ สมิธ


ดูแผนของนายพลคูริบายาชิมากันมากแล้วคราวนี้มาดู แผนของนายพล ฮอลแลนด์ สมิธ กันบ้างครับ ซึ่งเด็ดไม่แพ้กัน



เริ่มจากให้กองพลนาวิกโยธินที่5 โอบล้อมยอดซูริบาชิก่อน
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)



จากนั้นกองพลนาวิกโยธินที่4 บุกยึดสนามบินหมายเลข1
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)



กองพลสำรองจะเข้ามาสมทบกับกองพลที่4 ซึ่งยึดสนามบินได้แล้ว
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)



ขั้นสุดท้าย กองพลที่5 ซึ่งยึดยอดซูริบาชิได้แล้ว จะบุกไปทางเหนือ
กวาดชายหาดด้านตะวันตก และบุกไปจนสุดเกาะ
พร้อมกับกองพลที่4(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

บังเกอร์บนเกาะอิโวจิม่า



พลซุ่มยิงญี่ปุ่นอยู่ในบังเกอร์บนยอดซูริบาชิ ที่มองเห็นชายหาดได้ทั่ว



อีกรูปแบบหนึ่งของบังเกอร์ทหารราบของญี่ปุ่น



บังเกอร์ปืนกล



ช่องยิงปืนไรเฟิลบนยอดซูริบาชิ



ข่องยิงของบังเกอร์ทหารราบ



ทหารญี่ปุ่นดักยิงใส่ถังเชื้อเพลิงของพลปืนไฟสหรัฐ

กับดักที่เนิน 362 เอ



กองพลที่5 ถูกฝ่ายญี่ปุ่นระดมยิงถึง 3 ด้าน ( ตามที่ลูกศรชี้ )

Thursday, May 21, 2009

German tank: Pzkw V Panther V

Pzkw V Panther แพนเซอร์ 5 สมญานาม แพนเธอร์(เสือดำ)

หนึ่งในตำนานรถถังของนาซีเยอรมัน โดยการออกแบบเริ่มในปี1941 เมื่อเยอรมันบุกรัสเซีย และไปพบกับรถถังแบบ ที-34 ของรัสเซีย ที่มีความเร็วสูง ติดปืนที่ทรงอานุภาพ สายพานกว้างเกาะถนนได้ดี และลักษณะพิเศษคือ มีเกราะที่ลาดเอียง มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความหนาของเกราะโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดเกราะ และยังช่วยลดการปะทะโดยตรงของกระสุนปืน ทำให้ฝ่ายเยอรมันตกใจในอานุภาพที่สูงส่งของที-34มาก เมื่อยึดรถถังรุ่นนี้ได้ในสนามรบ จึงได้นำมาศึกษา และต้องการผลิตรถถังแบบที-34 ให้ได้ แต่ทว่า การผลิตรถถังเลียนแบบที-34นั้น เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ จึงต้องออกแบบรถถังใหม่โดยให้คุณลักษณะแบบที-34

และสิ่งที่ได้จากทดลองผลิตคือ รถถังแบบ แพนเซอร์ 5 หรือแพนเธอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนที-34 แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือ ขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย เกราะที่หนากว่า และติดตั้งปืนใหญ่75มม. L70 ลำกล้องยาว ซึ่งมีอานุภาพการทำลายล้างที่เหนือจินตนาการอย่างมาก สามารถยิงเจาะเกราะได้ลึกมาก และยิงต่อต้านรถถังได้ไกลกว่า2,000เมตรอย่างแม่นยำ ไกลกว่ารถถังทุกรุ่นของพันธมิตรและโซเวียต

แพนเธอร์เริ่มการผลิตในปี1943 แต่เนื่องจากต้องเร่งรีบผลิตออกสู่สมรภูมิ เพราะโซเวียตเริ่มการตีโต้กองทัพเยอรมัน และกำลังรบรถถังของโซเวียตที่มีจำนวนอันประมาณไม่ได้ ได้ถาโถมเข้าสู่แนวรบของเยอรมันอย่างหนัก เยอรมันจึงต้องรีบผลิตแพนเธอร์ออกสู่สนามรบโดยเร็ว ทำให้มีปัญหาด้านเครื่องยนต์ รถถังบางคันเครื่องยนต์เสียหายทันทีหลังออกสู่สมรภูมิไม่นาน และในการรบที่เมืองเคิร์ซ ปี1943 รถถังแพนเธอร์จำนวนมากเครื่องยนต์ขัดข้อง ทำให้แสดงความสามารถในการรบไม่ดีนัก แต่ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ก็ถูกแก้ไขในภายหลัง

แต่ในแนวรบด้านตะวันตก แพนเธอร์ กลับมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยรถถังหลักของพันธมิตรไม่อาจต้านทานได้เลย โดยในการรบที่นอร์มังดี้ ฝรั่งเศสในปี1944 รถถังแพนเธอร์ของเยอรมันได้สังหารรถถังเชอร์แมนของสหรัฐไปเป็นจำนวนมากไม่ แพ้รถถังไทเกอร์เลยทีเดียว

แต่เนื่องจากรถถังเป็นรถถังที่ออกแบบดีมาก ทำให้ต้องการช่างเทคนิคที่มีความชำนาญสูง ทำให้ผลิตรถถังแพนเธอร์ได้ไม่มากนัก อีกทั้งช่วงปลายสงคราม กองทัพอากาศพันธมิตรยังได้ทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานผลิตอาวุธของเยอรมันอย่าง หนัก ทำให้ผลิตรถถังออกมาได้น้อย แต่เพราะการออกแบบอันยอดเยี่ยมนี่เอง ทำให้แพนเธอร์ เป็นต้นแบบการผลิตรถถังของโลกเสรีและโลกคอมมิวนิสต์ในเวลาต่อมา

ข้อมูล

หนัก--45ตัน

ยาว--6.87เมตร เมื่อรวมปืนยาว8.66เมตร

สูง-- 2.99เมตร

กว้าง--3.42เมตร

พลประจำรถ---5นาย

เกราะหนา--15-120มม.

อาวุธ--- หลัก- ปืนใหญ่ลำกล้องยาว 75มม. L70 อาวุธรอง ปืนกลMG-34 ขนาด7.92มม. 2กระบอก

ความเร็ว--46-55กม./ชม.

พิสัยทำการ-- 250กิโลเมตร

German tank: Panzer 4


Pzkw IV แพนเซอร์ 4
           เป็นรถถังที่เป็นกระดูกสันหลังแห่งกองทัพรถถังของเยอรมันอย่างแท้จริง มีความคล่องตัวสูง มีอานุภาพทำลายสูง
รถรุ่นนี้เริ่มออกแบบในปี1934 เมื่อนายพลเอก ไฮนซ์ กูเดเรียน เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกเยอรมัน ต้องการรถถังหลักที่มีน้ำหนักไม่เกิน24ตัน ความเร็วไม่ต่ำกว่า35กม./ชม. เพื่อใช้ในภารกิจต่อต้านทหารราบและยานยนต์ และติดตั้งปืนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งผลที่ได้ขั้นแรกคือ แพนเซอร์ 3 และแพนเซอร์ 4 ก็ปรากฏตัวออกมาในปี1937 ในรุ่นผลติจำนวนแรกๆ37คัน และก็มีการผลิตเป็นจำนวนมากตั้งแต่ปี1939
                 นอกจากจะใช้ระบบแหนบรองรับตัวถังแบบทอร์ชั่น บาร์ แบบแพนเซอร์ 3 แล้ว แพนเซอร์4 นั้น ได้ติดตั้งปืนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยช่วงแรกได้ติดปืนใหญ่ลำกล้องสั้นขนาด75มม. L24ซึ่งได้ใช้เป็นหัวหอกในการบุกฝรั่งเศสในปี1940 โดยแพนเซอร์ 4 มีอานุภาพสูงกว่ารถถังแบบเรอโนลและโซมัวของฝรั่งเศส และยังมีอำนาจการยิงที่สูงกว่ารถถังแบบ ชาร์ล BI ของฝรั่งเศสและรถถังแบบมาทิลด้าของอังกฤษด้วย แพนเซอร์ 4 รุ่นนี้ก็ยังได้ปฏิบัติการในแอฟริกาเหนือด้วย
ตั้งแต่ปี1941 แพนเซอร์ 4 ได้ติดตั้งปืนใหญ่75มม. L40 ที่มีลำกล้องยาวกว่าเดิมเพื่อเพิ่มระยะยิงและอำนาจการทำลาย แต่หลังจากการบุกรัสเซียในปี1941 เยอรมันได้เผชิญหน้ากับรถถังหนักแบบ เควี-1ซึ่งมีขนาดใหญ่และเกราะหนากว่าแพนเซอร์4 และรถถังกลางแบบ ที-34 ของโซเวียต ซึ่งมีอานุภาพสูงจนน่าตกใจ ฝ่ายเยอรมันจึงได้พัฒนาปืนใหญ่ลำกล้องยาว 75มม. L48 มาใช้งานในแพนเซอร์ 4 ซึ่งมีอานุภาพสูงกว่าปืนของรถถังโซเวียต จนกระทั่งเวลาต่อมาเยอรมันได้ผลิตรถถังแบบ แพนเธอร์ มาทดแทนแพนเซอร์4
แพนเซอร์ 4 ถือว่าเป็นรถถังกำลังหลักของเยอรมันอย่างแท้จริง เพราะมีอานุภาพสูง ใช้งานง่าย เครื่องยนต์คงทน ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับรถถังหลักของอเมริกาแบบ M-4 เชอร์แมน และรถถัง ที-34 ของรัสเซีย และถูกผลิตออกมาเรื่อยๆจนจบสงครามเป็นจำนวนกว่า9,000คัน และกองทัพบกซีเรีย ยังได้ใช้รถถังรุ่นนี้ในช่วงหลังสงครามต่อมาด้วย
ข้อมูล
หนัก--24-28ตัน
ยาว--5.89เมตร
กว้าง-- 2.88เมตร
สูง---2.66เมตร
พลประจำรถ--5นาย
เกราะหนา--10-80มม. สามารถเสริมเกราะกระโปรงป้องกันป้อมปืนและสายพานได้
อาวุธ --- หลัก - ปืนใหญ่75มม. ลำกล้องสั้น ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นปืน75มม. ลำกล้องยาว อาวุธรอง ปืนกล MG-34 ขนาด7.92มม. สองกระบอก
พิสัยทำการ--300กิโลเมตร
ความเร็ว --- บนถนน 40กม./ชม. ในภูมิประเทศ 20กม./ชม.

Monday, March 16, 2009

Secret weapon of WW2(Japan)


โครงการโจมตีถวายชีวิต(มนุษย์กบ)หรือ"Fukuryuu"
สมาชิกองค์กรนี้จะต้องถือระเบิดมีด้ามยาว
และจะใช้คนในการควบคุมทิศทางซึ่งจะต้องให้มันเป็นตัวขับเคลื่อนนำหน้า
สามารถโจมตีในน้ำได้โดยไม่ต้องหายใจประมาณ 6 ชั่วโมง

ต่อไปคือวีดีโอของตอปิโดพลีชีพของทหารกองจักรวรรดิญี่ปุ่น



แปลโดย Kotencai no kurosameshin

Friday, November 21, 2008

Chinese history:weapon(forbidden)

China Ancient Weapon

Ancient Weapon In ChinaSpring And Autumn Period Combat Tank: The Chinese Ancient Times's Tank, The Member Used The Long Weapon's Warrior Including One, A Shooter And A Driver.

Turret: ZhuGeLiang Attacks The ChenCang Weapon, Is Also The Time Which All Previous Dynasties Carry On Attack A City Uses Important Combat Tank. Today's General Wheeled Armored Vehicle Slightly Has Its Wind, Does Not Only Have It To Be Like This Huge.Nest

Vehicle: Ancient Times's Armored Scout Car, Used In Watching For In The City The Sound Of Something Astir, Has Cowhide Compartment Which Might Rise And Fall.


LiuMa: Ancient Times's Carrier, Came From The Mountainous Region Transportation Which ZhuGeLiang Invented To Use The Vehicle.Now Nobody Knows .


Hole Room Vehicle: Uses In The Combat Tank Which Attacks A City, The Above Anti-Arrows And Stones, Below May Unearth Broken City .

Leaning Boxcar: North QiJiGuang Resists The Nomads Army's Combat Tank, One Side Armor May Take The Preliminary Bunker .

Boxcar: Three Has The Armor, Might Use In Pushing Out Has Attacked, It Compared In The Leaning Boxcar Defense To Be More Perfect, But The Leaning Boxcar Also Had An Advantage, Was The Enemy Captures Has Been Unable To Use Immediately, Because Did Not Have The Protection Facing The Front Direction To Result In The Shook.

Blockage Vehicle: Defends A City Weapon, Once The City Gate Is Hit, This Is Active City Gate .

Aerial Ladder Apparatus: The Scaling Ladder May Not Be At The Common Movie Such Simple Ladder, It Has Against Shield, The Winch, Grasps The Hook And So On Many Kinds Of Special-Purpose To Climb The City Tool .

Blockage Knife Vehicle: Improves The Cock Vehicle, Such Opposite Party Is Very Difficult To Climb Up, Forms Active The Barrier .The Tiger Vehicle, Defends A City The Use The Combat Tank, Throws Over Has The Skin Armor, Suits The Street Fighting, May Take The Active Fortification.

The Tiger Vehicle, Defends A City The Use The Combat Tank, Throws Over Has The Skin Armor, Suits The Street Fighting, May Take The Active Fortification.

The Gun Carriage, Ming Dynasty's Franky (Portugal) Cannon Is One Of Earliest Breech Weapons, Its Shell Use Magazine, May Replace Rapidly, Rate Of Fire Compared To Qing Dynasty Cannon Quick Many.

The Rocket Sled, The Ming Armed Forces Field Operation Uses The Defense Vehicles, Place Front The Army To Use Approximate Today's Rocket Launcher Generally Voluntarily

Primitive Flamethrower - Raging Fire Tank

Multibarrel Launcher: StampedeThis Was Ancient Times's Katusha Rocket Launcher, In A Launcher Had Sends The Rocket Projectile. This Kind Of Weapon Once Had The Display In The Military Museum. The Ming Dynasty "Wu Bei Zhi" Has To The Stampede Introduced In Detail That Specification Then Had Many Kinds, From 3 Salvo's Divine Weapon , Rushed Together To 100 Salvo's Hundred Tigers Running, Belonged To This Category. The Firing Distance 300 Meters, Launched In Salvos The Rocket To Make Up The Ordinary Rocket Trajectory Unstable Weakness.

Early Mine The Use's Principle Is The Bamboo Pole Which Puts In The Blasting Fuse Makes A Connection, When The Necessity Lights The Blasting Fuse, Detonates The Mine


Mine Structure


Non-Contact Marine Mine: Water Dragon KingWith The Fire Medical Pouch Outside The Gable Cow Skin Waterproofing, Passes By The Sheep's Intestines Directs The Firing Line, Makes The Buoy With The Feather To Guarantee That Directs The Firing Line Not To Enter The Water. SongYingXing "Tian Gong Kai Wu" Has The Introduction, But Explained That In The Korean War, Should Have The Very Good Use Effect Originally, Because Designs Too Exquisitely, The Use Efficiency Is Not High.

Individual Hand Grenade: Shakes The Space MineThe Ancient Times's Hand Grenade, Named Shakes The Space Mine, In Had Was Called “The Fire Mouse” The Hook Iron Sheet Certain, Used In Strengthening The Lethality, This Put A Steel Ball Principle With The US Military Hand Grenade, This Kind Did Not Conform To “The Humanity” The Cruel Fellow, Was Also Treated Probably At That Time As The Terrorist The Weapon.

Song Dynasty Poisonous Fireball


Song Dynasty Poisonous Fireball

Incendiary Bomb: Match For ThousandsThe Large-Scale Detonation Combustion Weapon, The Weight 40 Kilograms, The Cover Is The Putty System, The Weight 40 Kilograms, Produced At The End Of The Ming Dynasty, Used In Defending A City, To Transport Safely Has The Wooden Frame Box Generally, Might Be The Early Incendiary Bomb.

【嘻哈堂】中国古代兵器中的火器大观――-艾妲cici
Multi-Step Rockets: FiredrakeThe Ming Dynasty "Wu Bei Zhi" Records The Multi-Step Rockets, Stick Outside The Tube With The Paper To Tie Up The First Level Of Rocket, In Mouth Have The Second Level Of Rocket, Projects The Add-On Big Firing Distance To Hit The Enemy Side Ship, Uses In The Aquatic Attack, The Firing Distance May Amount To 1.5 Kilometers. But Because Makes Complex, On This Distance Aims Is Very Difficult.
Old-Style Breech Artillery: Franky The Ming Dynasty Uses The Portugal Technology Manufacture The Large-Scale Breech Loading Artillery, Uses The Belt Artillery Cartridge Case To Blossom The Shell! In 1537 Equipped Achieves 3800, Had The Fore Or Front Sight And The Aperture. Effective Range 500 Meters, 45 Degree Elevation Angle Launch Time Firing Distance 1 Kilometer. The Large-Scale Barrel 250 Centimeters, The Medium 156 Centimeters, The Small 93 Centimeters, The Shell Loads From The Rear Area, The Launch Is Separated Short, Launches When The Scatterload A Round Of Shell Has 500 Round Of Bullets, May Block 60 Meter Wide Frontage, The Might Is Astonishing. Because The Breech Load Is High To The Casting Technique Request, The Qing Dynasty Eliminates Gradually, Yields Installs The Weapon Before Quite Simple.

Single Shot Rifle: MusketeMing Dynasty Service Pattern Early Light Firearm, Casting Excellent, The Design Is Exquisite, With Yuan Dynasty's Muskete Comparison, Needs The Gunpowder Big Reduction. The Ming Dynasty Takes The Standard Weapon, Once Produced Reaches 90,000, 1449 Beijing Defended Fights The Widespread Use. 2 People Of Group Launches, A Person Is Responsible For The Support And The Aiming, A Person Is Responsible To Ignite The Fire, The Firing Distance 180 Meters.

When Casting Through Increases The Hoop To Prevent The Burst In The Bore,Ming Dynasty Imperator Artillery1626 Year YuanChongHuan Uses This Kind Of Artillery To Defeat The Later Jin Dynasty, Gained War's Of The NingYuan Victory, NuRHaChu Has Also Been Wounded, Latter Returned Because Of The Injury Aggravation Death. The Qing Dynasty Could Not Obtain This Kind Of Weapon, Has Killed YuanChongHuan Until Emperor ChongZhen, The Armed Forces Morale Of Troops Is Lax, Only Then Some Person Of Belt Artillery Surrenders To The Enemy.





Semi-Automatic Rifle: Ten MusketeThe Ming Dynasty Experimental Repeating Firearm, 10 Bronze Barrels, The Caliber 10 Centimeters, Each Round, May Ten Launches, Because The Firing Distance Is Short, Unsafe, Is Replaced By Afterward Cripple Muskete.


Multibarreled Extension Chest Cavity Artillery: Thunderclap MusketeThe Individual Multibarreled Firearm, Ming Dynasty ZhaoShiZhen Invented, Has Referred To Turkey's Similar Firearm, Biggest Might Achieve 18, The Use Rope Burned As Mosquito Repellent Or The Flint Fires, After In Addition Shell, As If Pipa. After The Launch Finished, Might As The Cold Weapons Use Thunderclap Muskete's Ming Dynasty Soldier, The Length 187 Centimeters, The Weight 2.5 Kilograms, Easy Carry The Use, Ming Army Lines Up In Formation Frequently The Kneeling Fire, The Firepower Not Interrupted. In Korea, Japan's Flintlock Team Is Unable To Resist Such Ming Army Directly



Heavy-Caliber Revolver Gun: Five Thunder MachineThis Was Really The World Earliest Revolver Gun, QiJiGuang Defended The Mongolian Army In The North Front The Invention, Three, Five, Seven Each Kind Of Specification, Generally When Use A Two People Of Group Fire, A Person Of Support, Rotated The Barrel, A Person Of Aimed Fire. Firing Distance 180 Meters.

Earliest Mortar: The Tiger Squats ArtilleryIn The QiJiGuang Armed Forces The Most Commonly Used Firearm, This Kind Of Facile Artillery Runs The Tube To Be Thin, The Firing Distance Is Not Far, Is Suitable For The Mountainous Region Combat, Mobile Nimble, Because Before Installs, May The Big Elevation Angle Launch And The Massive Equipment Lower Level Army, But Has The Equally Good Results From Different Methods Use With Today's Mortar.
New Style Rifle: Bird GunHits Bird By No Means Actually, But Is The Expression, Even If The Nimble Like Bird Also With Difficulty Escapes, Already Approached The Modern Rifle, Is And The Japanese Pirate Joins Battle To Seize The Japanese Pirate Flintlock, Afterward Improves The Imitation, QiJiGuang's Infantry, 40% Had Already Equipped This Kind Of Gun. But To The Qing Dynasty, Qing Army Had Some Kind Of Resistance To The Firearm, To The Opium War, Uses Bird Gun's Chinese Army, Instead Fell 20%. The Firing Distance 150 Meters, The Rainy Day Cannot Use.

Antitank Artillery: Lifts GunThis Is The Large-Scale Bird Gun, The Ming Dynasty "Tian Gong Kai Wu " Records Its Picture Most Early, Has The Traingulated Arrangement Of Support And The Turning Gear, The Length 3 Meters, The Weight 12 Kilograms, The Effective Range 200 Meters, The Nickname “The Nine-Headed Bird”, The Might Is Strong, Even If Combat Tank Were Also Unable To Resist. The Development Is Quite What A Pity Slow, Until The Qing Dynasty Last Years, In Xiang Army Equips Lifts Gun, But 25%.


Belt Take-Off Rocket's Flying Bomb: The Flying Fire CrowA Monster, The Flying Fire Crow, Earliest Flying Bomb.




http://wiudwing.blogspot.com/2008/09/china-ancient-weapon.html cradited Thank you for sharing the intelligent to your brother 谢谢你啊朋友